ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 มี.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เตรียมเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง เพื่อสรุปแนวทางการดำเนินงานตามมติ ครม. นัดพิเศษ ในการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้ ณ กระทรวงการคลัง เพื่อชี้แจงความชัดเจนของมาตรการทั้งหมดต่อสื่อมวลชน
การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล มาตรการพยุงราคาพลังงาน ในส่วนของกระทรวงการคลัง มาตรการที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ “การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” เพื่อลดต้นทุนการผลิตและขนส่ง ซึ่งมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
– กลไกการลดภาษี: การลดภาษีน้ำมันดีเซลทุก 1 บาท จะช่วยบรรเทาภาระราคาหน้าปั๊มให้ประชาชน
– ผลกระทบต่อรายได้รัฐ: คาดว่ารัฐบาลจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน
– เป้าหมาย: เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นตามราคาพลังงานโลก
นอกจากการลดภาษีน้ำมันแล้ว นายเอกนิติจะเร่งรัดอีก 2 มาตรการที่เหลือภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง ได้แก่
– การเติมเงิน 100 บาท: สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.4 ล้านคน สถานะล่าสุด คาดว่าเงินจะเข้าไม่ทันวันที่ 1 เม.ย. 69 เนื่องจากยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจาก กกต. แต่น่าจะสามารถโอนเงินได้ภายในเดือนเมษายนนี้แน่นอน
– โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan): ผ่านธนาคารออมสิน เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องให้ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย



