นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยในงาน แบทเทิล สเตรทิจี 2026 วินนิง นิว เวิลด์ ออร์เดอร์ ว่า วิกฤติพลังงานโลกที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันมีความซับซ้อนและอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาล และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกได้รุนแรงกว่าวิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมาเสียอีก เนื่องจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงยืดเยื้อและไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน โดยเฉพาะการสู้รบที่ได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของโลกลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
“แหล่งผลิตน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ระบบสายส่งพลังงานที่สั่งสมมาหลายสิบปี จนทำให้ราคาดีเซลในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว จาก 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปอยู่ที่ 240 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาพลังงานในระดับดังกล่าวจะไม่กลับสู่ระดับเดิมได้อีกในระยะอันใกล้ เนื่องจากโครงสร้างการผลิตพลังงานในตะวันออกกลางต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู ดังนั้นรัฐบาลจึงเร่งทำ 3 ด้านเพื่อรับมือวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น โดยหากไม่ทำ ไทยอาจเผชิญกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ เสียหายต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในวงกว้าง
นายเอกนิติ กล่าวว่า แนวทางแรก รัฐบาลได้ยุติการอุดหนุนราคาพลังงานในลักษณะเหมาเข่ง เปลี่ยนมาสู่การอุดหนุนเฉพาะกลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนแบบตรงเป้าหมาย เนื่องจากไม่มีประเทศใดฝืนกลไกตลาดได้ยั่งยืน หากยังคงอุดหนุนราคาน้ำมันแบบเดิม ทรัพยากรที่จำกัดของรัฐจะถูกใช้ไปกับทั้งผู้มีรายได้สูง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ในทางกลับกันรัฐได้นำงบไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ขนส่ง และภาคธุรกิจแทน นอกจากนี้ รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายอุตสาหกรรมที่ไทยได้เปรียบเชิงแข่งขัน ได้แก่ ภาคการเกษตรอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงล่าสุด รัฐบาลได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงไมโครซอฟท์ ซึ่งสนใจเพิ่มการลงทุนในไทยอีกไม่น้อยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 2 ปีข้างหน้า
แนวทางที่สอง เร่งเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด โดยรัฐบาลต้องเร่งผลักดันการลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มและโฟลตติ้งโซลาร์บนผิวน้ำ ซึ่งไทยได้เปรียบด้านแสงแดดที่หลายประเทศไม่มี พร้อมกันนี้ยังต้องเร่งเปิดให้มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้งาน หรือไดเร็คท์ พีพีเอ ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมตลาดทุนเข้ามามีบทบาทในกระบวนการนี้ ผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อระดมทุนจากภาคเอกชนมาเสริม นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนผลักดันให้บริษัทต่างชาติชั้นนำสามารถจดทะเบียน ดูอัล ลิสติง ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนแนวทางที่สาม การปฏิรูปและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รัฐบาลจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ เอไอ มาใช้พัฒนาศักยภาพประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่อรองรับสังคมสูงวัย ชดเชยปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัสเฟสใหม่ ซึ่งจะมีการฝังเอไอเข้าไปในระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และธุรกิจขนาดเล็กสามารถวิเคราะห์ยอดขาย บริหารต้นทุน และเข้าถึงสินเชื่อได้ รวมถึงจะนำระบบ เอเจนติค เอไอ เข้ามาใช้ในกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อเป็นต้นแบบปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยี ตั้งเป้าหมายให้เสร็จใน 6 เดือน พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศแผนการจัดตั้งบัญชีการออมเพื่อใช้หักลดหย่อนภาษี เพื่อเป็นแหล่งเงินออมระยะยาวให้แก่ประชาชน เพื่อช่วยให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



