นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป โบลท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย บมจ. ชับบ์สามัคคีประกันภัย และ ด๊อกเตอร์ มันนี่ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ภายใต้ “โครงการความร่วมมือด้านประกันภัย เพื่อสนับสนุนการจดทะเบียนรถยนต์สาธารณะ รย.18” เพื่อช่วยลดภาระต้นทุน และเพิ่มโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับทิศทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรม ride-hailing ของประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเต็มรูปแบบ
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของภาคเอกชนในการร่วมกันออกแบบโซลูชันเชิงระบบ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมให้เป็นไปอย่าง “ราบรื่น เป็นธรรม และยั่งยืน” โดยครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่ระบบของผู้ขับขี่ ทั้งในด้านสินเชื่อ ประกันภัย และกระบวนการจดทะเบียนรถยนต์สาธารณะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ปัจจุบัน ผู้ขับขี่ในระบบ ride-hailing ต้องเผชิญกับต้นทุนสำคัญหลายด้านในการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับโครงสร้างสินเชื่อ เงินมัดจำเล่มทะเบียนรถ ค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่ระบบของผู้ขับขี่จำนวนมาก แม้ว่าจะมีความพร้อมและความตั้งใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบก็ตาม

โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนา “กลไกสนับสนุน” ที่ตอบโจทย์ในทางปฏิบัติ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้ขับขี่ โดยมาตรการสำคัญภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ได้แก่ การสนับสนุนค่าธรรมเนียมปรับโครงสร้างสินเชื่อ (Recontracting Fee) โดยคงเพดานไม่เกิน 1% ของยอดหนี้คงเหลือ การส่งเสริมการใช้ “สำเนาเล่มทะเบียนรถ” ในกระบวนการจดทะเบียน เพื่อลดภาระเงินมัดจำ และการพัฒนาโซลูชันประกันภัยที่เข้าถึงได้ ผ่านระบบผ่อนชำระและการออกกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Policy
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ พันธมิตรของโครงการได้ร่วมกันพัฒนาโซลูชันประกันภัยที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงประกันได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และสอดคล้องกับข้อกำหนดของการจดทะเบียนรถยนต์สาธารณะมากยิ่งขึ้น โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ ระบบผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันที่ช่วยลดภาระเงินก้อน การสมัครและอนุมัติผ่านระบบดิจิทัลที่สะดวกและรวดเร็ว ตลอดจนการออกกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) ได้ทันที ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบการจดทะเบียน รย.18 ได้ทันที อีกทั้งโครงการยังนำเสนอทางเลือกประกันภัยที่หลากหลาย นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ระบบของผู้ขับขี่ในทางปฏิบัติ
ในส่วนของ Bolt ประเทศไทย ได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ On-site Support ณ One-Stop Service Center ของกรมการขนส่งทางบก การพัฒนาระบบออกเอกสารรับรองแอปพลิเคชันแบบอัตโนมัติ เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนในการเตรียมเอกสาร ตลอดจนการมอบเงินสนับสนุน (Bonus) สูงสุด 2,500 บาท สำหรับผู้ขับขี่ที่จดทะเบียน รย.18 ครบถ้วน เพื่อช่วยชดเชยต้นทุนในช่วงเปลี่ยนผ่าน และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง



