วันที่ 1 เม.ย. 2569 ที่ ห้องไดมอนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ จัดงาน “เวทีบูรณาการเครือข่ายอาหาร ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569” หรือ Food for Health Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “การบริโภคอาหารสมดุลเพื่อสุขภาวะอย่างยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 1-2 เมษายน 2569 เพื่อเป็นเวทีกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สถานการณ์ด้านอาหาร รูปแบบการขับเคลื่อนระบบอาหารตลอดห่วงโซ่ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสู่การบริโภคอาหารอย่างสมดุลเพื่อสุขภาวะ

**ประชากร300ล้านคน เผชิญความไม่มั่นคงทางอาหารระดับวิกฤต

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลรายงานวิกฤตการณ์อาหารโลก ปี 2568 (Global Report on Food Crises : GRFC 2025) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO พบว่า มีประชากร 281-282 ล้านคน ในกว่า 59 ประเทศ เผชิญภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับวิกฤตหรือรุนแรง (Acute Food Insecurity) ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากปี 2567 โดยปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้ง และภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อระบบอาหาร ทั้งด้านการผลิต การกระจาย และการเข้าถึงอาหาร โดยเฉพาะในประเทศรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบาง การสร้างระบบอาหารที่เข้มแข็งจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวและดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของภาคีเครือข่ายในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้านอาหารอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมความรู้ความตระหนักทางโภชนาการ การสร้างสภาพแวดล้อมทางอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพ รวมถึงการผลักดันนโยบายสำคัญ เช่น ภาษีโซเดียม กลไกการเฝ้าระวังอาหารปลอดภัย การสร้างความมั่นคงทางอาหารและเตรียมความพร้อมรับมือภาวะวิกฤติ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การ ‘กินดี กินพอ และกินอย่างหลากหลาย’ ได้อย่างยั่งยืน” นางประภาศรี กล่าว

**กรมอนามัยเร่งสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อสุขภาพ

นพ.ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัญหาโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ในไทยยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เหมาะสมและการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ การพัฒนาระบบอาหารเพื่อสุขภาวะจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ซึ่งสามารถทำได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร เช่น การใช้มาตรการทางภาษีเพื่อปรับสูตรการผลิตที่เอื้อต่อสุขภาพของผู้บริโภค การควบคุมการตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงการผลักดันนโยบายด้านอาหารในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การกำหนดมาตรการลดหวาน 50% เท่ากับหวานปกติในเครื่องดื่ม

รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าอยากฝากเตือนคนที่นิยมลดน้ำหนักแบบ IF หรือการอดอาหารเป็นช่วงเวลา ซึ่งคุณหมอฝากเตือนว่า กลุ่มวัย 40-50 ปี ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหลายคนอาจมีโรคประจำตัวหรือ “เบาหวานแฝง” โดยไม่รู้ตัว หากไปทำ IF เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ อาจเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ หรือเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ตามมา จนเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

**อาหารเป็นปัจจัยเกิดโรคNCDsมากสุด

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า  ระบบอาหารในประเทศไทยถูกรายล้อมด้วยระบบการตลาด กลไกพาณิชย์ การขนส่ง กฎหมายแรงงาน ระบบเศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติ. ประเทศไทยมีข้อดีคือทรัพยากรเหลือเฟือ แต่กำลังเผชิญปัญหาที่เจอทั่วโลกคือหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นอาหารไม่ใช่แค่สิ่งที่ตักเข้าปากเท่านั้น แต่ต้องมองให้เห็นถึงระบบ  และการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทั้งนี้โรคNCDs โรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพมาจาก 5 เรื่องหลัก ได้แก่ บุหรี่ เหล้า อาหาร การออกกำลังกาย และมลพิษทางอากาศ ในบรรดา 5 เรื่องนี้ อาหารเป็นภาระมากที่สุดและเป็นตัวการสำคัญในการเกิด NCDs.

**24ชม.ก่อนตายอาจใช้เงินมากกว่าการรักษาทั้งชีวิต

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว่าสถิติประเทศไทยมีคนตายปีละ 400,000 คน ซึ่งปัจจุบันการตายมากกว่าการเกิด โดยส่วนใหญ่ตายด้วยโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน และมะเร็ง ระหว่างที่ป่วยหรือก่อนเสียชีวิตมีการเสียค่าใช้จ่ายด้านยาสูงมาก มีการวิเคราะห์ว่าในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเสียชีวิต อาจใช้เงินในการรักษามากกว่าการรักษาตลอดชีวิตรวมกัน เพราะการนอนรักษาตัวในห้อง ICU คืนหนึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงทั้งค่าหมอและค่ายา ซึ่งอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของคนไทยและคนทั่วโลก.

ปัญหาในปัจจุบันคือความไม่สมดุล เราเห็นทั้งเด็กอ้วนและคนอ้วนเพิ่มขึ้น ในขณะที่คนที่ขาดสารอาหารหรือแคระแกร็นก็ยังมีอยู่ซึ่งโรคอ้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกือบ 5% ของ GDP การจัดการเรื่องความอ้วนไม่ใช่แค่การออกกำลังกายหรือการคุมอาหาร แต่ต้องรวมถึงการรักษาทางการแพทย์และการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน ทั้งเรื่องการกิน การออกกำลังกาย และการนอน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของประเทศได้.

**เด็กไทยมีภาวะผอม 5-10%

จากข้อมูลรายงานวิกฤตการณ์อาหารโลก ปี 2568 พบว่า สถานการณ์โดยรวมในไทยยังไม่วิกฤต แต่ยังพบว่าเด็กไทยมีภาวะผอมประมาณ 5-10% ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง มีประชากรบางกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารตามหลักโภชนาการ และขาดความรู้ในการบริโภคอาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัย ทำให้ประชาชนไทยบริโภคผักและผลไม้ต่ำกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน  สสส. จึงเร่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนในประเทศ

“แม้คนไทยจะมีความรู้และทัศนคติเรื่องสุขภาพ อยู่ที่ 60-70% แต่ความรู้นั้นกลับนำมาสู่การใช้ชีวิตจริงที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพียงประมาณ 45% เท่านั้น แสดงว่ายังมีช่องว่าง ในการทำงานด้านการรณรงค์และสื่อสารอีกมาก”

การขับเคลื่อนแผนอาหารทั้งระบบต้องมุ่งเป้าให้ทุกคนสุขภาพดี ทั้งในมิติกาย จิต ปัญญา และสังคม ต้องอาศัยการเชื่อมโยงทุกองคาพยพ ตั้งแต่ กลไกการผลิต จากต้นทาง กลไกการกระจายสินค้าไปจนถึงการบริโภค  สร้างการผู้ตัดสินใจที่ถูกต้องว่าจะเลือกวัตถุดิบและปรุงอย่างไร.

อาหารมีมูลค่าการตลาดมหาศาล มากกว่ามูลค่าการตลาดของบุหรี่และสุรารวมกันเกินกว่าครึ่ง”ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ดังนั้นการบริโภคอาหารที่สมดุลเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน ต้องมีความยืดหยุ่น ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า และมองเห็นผลในระยะยาวถึงรุ่นลูกหลาน เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ทุกกลุ่มคนมีสุขภาพดี ซึ่งทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนสำคัญในการช่วยกันขับเคลื่อนระบบอาหาร

 /-/-/-/-