เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านโฮ่งหลวง หมู่ 2 ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง ได้จัดให้มีพิธีบวชภาคฤดูร้อน หรือ “บวชลูกแก้ว” มีเด็กที่กำลังปิดภาคการศึกษาจำนวน 18 คนและมีผู้อุปสมบทเป็นพระภิกษุจำนวน 7 คน ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักตั้งแต่เช้า มีชาวบ้านจากหลายอำเภอใน จ.ลำพูน รวมทั้งใน อ.บ้านโฮ่ง รวมทั้งพระสงฆ์ภายในวัดบ้านโฮ่งหลวง ช่วยกันทำกิจกรรมดังกล่าวอย่างเต็มที่

ในจำนวนเด็ก 18 คนที่จะบวชเป็นสามเณร มีเด็ก 6 คน ได้สมัครใจแต่งกายด้วยชุดเทวดา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ลูกแก้ว” เริ่มจากชาวบ้านได้ว่าจ้างช่างแต่งหน้ามาแต่งหน้าเด็กทั้ง 6 คน ตั้งแต่ลงแป้ง เขียนคิ้วด้วยสีดำ ทาปากสีแดงสด ใช้เวลาอย่างประณีตบรรจงกว่า 1 ชั่วโมงก็แล้วเสร็จ จากนั้นชาวบ้านและพระสงฆ์ได้ช่วยกันแต่งองค์ทรงเครื่องให้เด็กจำนวนดังกล่าว ให้เป็นเทวดาหรือลูกแก้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดปกติทั่วไปให้เป็นเสื้อผ้าสีสดใสหลากสีสัน มีเลื่อมและวัสดุสะท้อนแสงปักติดเสื้อผ้ากระทบแสงระยิบระยับ สวมสร้อยสังวาล ประดับประดาข้อมือ ข้อเท้าด้วยกำไล สวมชฎาและสวมแว่นตาสีดำ

หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จ ชาวบ้านได้นำลูกแก้วทั้ง 6 คน ขึ้นนั่งบนรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง โดยให้นั่งคันละ 1 คน จัดขบวนแห่จากภายในหมู่บ้านโฮ่ง หมู่ 2 ต.บ้านโฮ่ง เข้ามายังวัดบ้านโฮ่งหลวง ระหว่างทาง ลูกแก้วทั้งหมดได้พากันโปรยทานเป็นระยะๆ ท่ามกลางความสนุกสนานของชาวบ้านที่ร่วมขบวน โดยมีวงดนตรีแตรวงบรรเลงตลอดทาง กระทั่งเข้าสู่ภายในวัดบ้านโฮ่งหลวง ขบวนแห่ลูกแก้ว ได้แห่วนรอบอุโบสถอีก 3 รอบจึงแล้วเสร็จ จากนั้นชาวบ้านได้นำลูกแก้วทั้ง 6 และเด็กอีก 12 คนที่จะบวชเป็นสามเณร รวมทั้งผู้ที่จะบวชเป็นภิกษุอีก 7 คนเข้าสู่พิธีบวชเณรและบวชพระภายในอุโบสถทันที

พระครูปริยัติรังสรรค์ เจ้าอาวาสวัดบ้านโฮ่งหลวง เปิดเผยว่า คนที่มาบวชเป็นคนในพื้นที่และมาจากคนชาติพันธุ์ ทั้งปกาเกอะญอ, ม้ง ส่วนใหญ่บวชเพื่อมาเรียนปริยัติธรรมที่เปิดเป็นโรงเรียนสอนปริยัติภายในวัดบ้านโฮ่งหลวง มีทั้งที่กำลังศึกษาอยู่ แต่พ่อแม่ก็ให้บวชเพื่อเรียนต่อ ส่วนการจัดการบวช วัดบ้านโฮ่งหลวงจัดมาต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 34 จัดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

“บางปีก็ได้รับผ้าไตรพระราชทาน” พระครูปริยัติรังสรรค์ กล่าว และว่า สาเหตุของการแต่งหน้าตาก่อนจะบวชเป็นสามเณร ทางล้านนาเรียกว่า “ลูกแก้ว” ส่วนทาง จ.แม่ฮ่องสอน เรียกว่า “ปอยส่างลอง” ส่วนการแต่งกายเป็นเทวดาก็เหมือนกับตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวช ได้แต่งกายเต็มรูปแบบหรือเต็มยศออกบวช ก่อนจะเปลี่ยนมาใส่ผ้าขาวหรือผ้านาค และก็กลายเป็นประเพณีไปในที่สุด ขณะที่การแห่ก็เพื่อประชาสัมพันธ์ กระตุ้นให้เด็กๆ ได้เห็นพิธีกรรมนี้ และจะได้พากันมาบวช











