นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และความผันผวนของตลาดโลก กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีที่ “ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา” มาใช้ โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่มีความซับซ้อนหรือมีต้นทุนสูง
ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับโครงการความร่วมมือด้านการเกษตรเยอรมัน-ไทย (GETHAC) และภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรจาก 5 จังหวัด ได้แก่ สระบุรี ลพบุรี นครนายก ราชบุรี และนครราชสีมา ซึ่งประกอบด้วย Young Smart Farmer เกษตรกรแปลงใหญ่ ผู้จัดการแปลงใหญ่ และเกษตรกรทั่วไป ได้เรียนรู้และต่อยอดการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในภาคการเกษตร ภายในงานมีการจัดแสดงและสาธิตเทคโนโลยีการเกษตรที่ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจสำคัญ 6 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ข้าวฟ่าง และถั่วลิสง อาทิ การใช้โดรน (UAV) สำรวจสุขภาพพืชด้วยเทคโนโลยี NDVI การพ่นสารแบบปรับอัตราแปรผัน (Variable-rate) การเตรียมดินขั้นสูง และการปลูกข้าวโพดแบบไม่ไถพรวน (No-till) เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดิน
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอระบบจัดการน้ำอัจฉริยะด้วยโซลาร์เซลล์ ระบบ Internet of Things (IoT) และระบบบริหารจัดการแปลงเกษตร รวมถึง Service Provider Application ที่ช่วยเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร โดยกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนการจัดทำฐานข้อมูลและระบบขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ (Agri Service Provider) เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการเฉพาะทางได้โดยไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด ช่วยลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตรย้ำ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรไทยและภาคการเกษตรของประเทศในระยะยาว.



