“Homecoming” งานครบรอบ 10 ปี Rabbit Hole ค่ำคืนสุดพิเศษที่รวบรวมเหล่าบุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังการยกระดับให้บาร์แห่งนี้ ก้าวสู่เวทีค็อกเทลระดับโลก

Rabbit Hole เป็นบาร์สไตล์ speakeasy 3 ชั้น ซ่อนตัวอยู่หลังประตูไม้เรียบง่ายใจกลางทองหล่อ ระหว่างซอย 5 และ 7 โดดเด่นด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นส่วนตัว แสงไฟสลัว ผสานดีไซน์ industrial เข้ากับความหรูหราที่เรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นผนังอิฐเปลือย บาร์หินอ่อน และชั้นวางเครื่องดื่มพรีเมียมที่สูงจากพื้นจรดเพดาน
ตลอดระยะเวลา 10 ปี Rabbit Hole เป็นที่รู้จักในฐานะนักบุกเบิกด้านนวัตกรรม ความประณีต และศิลปะแห่งการเล่าเรื่องผ่านเครื่องดื่ม จนได้รับการจัดอันดับใน Asia’s 50 Best Bars อย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของคนรักค็อกเทลทั่วโลกที่ต้องเดินทางมาสักครั้ง ในโอกาสพิเศษนี้ Rabbit Hole ได้รวบรวมเหล่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของบาร์ กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อเฉลิมฉลองค่ำคืนสุดพิเศษ ที่รวบรวมแฟนๆ ของ Rabbit Hole มาไว้ที่เดียวกัน เพื่อรำลึกความทรงจำ และสัมผัสรสชาติของเครื่องดื่มระดับตำนาน
โดย Rabbit Hole ได้นำเมนูยอดนิยมกลับมาสร้างความประทับใจร่วมกันอีกครั้ง นำโดย 4 สุดยอดบาร์เทนเดอร์ที่ทุกคนคิดถึง

สุวิญชา สิงห์สุวรรณ (ชาช่า) Beverage Director ระดับนานาชาติที่ประจำอยู่ในนิวยอร์ก และบาร์เทนเดอร์ไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล MICHELIN 2024 Exceptional Cocktails Award นำเสนอเมนูที่ยึดแนวคิด ingredient-driven เป็นหัวใจสำคัญ โดยมีไฮไลต์อย่าง Fish Sauce (กะหล่ำ ลูกแพร์ แบบ clarified), Cry Me The Moon (ทรัฟเฟิล แอปเปิ้ล ใบเตย) และ 10/10 Daiquiri (รัมขาว, น้ำเชื่อมใบเตย, น้ำมะนาว, เบียร์ลาเกอร์) ถ่ายทอดมิติของอาหารไทยสู่รูปแบบค็อกเทลร่วมสมัยอย่างประณีต
เหนือดวง ศรีสังข์ (เหนือดวง) อดีตนักพากย์เสียงตัวละครในภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงอย่าง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่ผันตัวสู่มิกโซโลจิสต์มือฉมัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Head Bartender ที่ Co Drinking Space ร่วมสร้างสรรค์เมนูกับ ชโยภาส ช่อทับทิม (กรด) บาร์เทนเดอร์และ Beverage Manager เจ้าของรางวัลชนะเลิศ Drink Local Thailand 2017 ผ่านคอนเซ็ปต์ที่ผสานการเล่าเรื่องเข้ากับเทคนิคอย่างลงตัว โดยนำเสนอ Jeaw Bong (ตะไคร้ ใบมะกรูด และข้าวคั่ว), Smoke Peach Old Fashioned (วิสกี้ พีช และเทคนิคการรมควัน) และ Mad Hatter (เสาวรส ชาดำ Lapsang และแอ็บซินธ์) ค็อกเทลที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ รสชาติเข้มข้น และโครงสร้างที่ชัดเจน
ณภัทร ณัฐชาชล (ยอด) นักวางกลยุทธ์เครื่องดื่ม และผู้ออกแบบคอนเซ็ปต์บาร์ นำเสนอเมนูที่โดดเด่นด้วยความชัดเจนของแนวคิด ผ่าน Aurora (จิน อะเพอรอล เกรปฟรุต), Gemini (ชาไทยนมที่ผ่านการ clarified) และ Queen of Hearts (วอดก้า ว่านหางจระเข้ ดอกบัว) สะท้อนความสมดุล ความละเมียดละไม และการเล่าเรื่องของบาร์ยุคใหม่









จากกระแสตอบรับที่ล้นหลาม Rabbit Hole ขยายช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยเมนูพิเศษ 9 เมนู พร้อมให้บริการตลอดเดือนเมษายน 2569
เหล่านักดื่มสามารถร่วมสัมผัสค็อกเทลระดับตำนาน อาทิ RA-TUAY ที่ผสานรัมบ่มกับพีช แอปเปิ้ล ส้ม และมะนาวที่ดื่มแล้วใจอ่อนระทวย Mad Hatter ที่โดดเด่นด้วยจิน เสาวรส ชาลัปซาง แอ็บซินธ์ โซดา และ Clueless ที่ให้รสผลไม้ที่มีส่วนผสมของจิน สับปะรด ราสป์เบอร์รี่ วานิลลา มะนาว และไข่ขาว
ต่อด้วยเมนู Sterling Silver ที่มีกลิ่นหอมฟลอรัลจากจิน ครีมเดอไวโอเล็ต ว่านหางจระเข้ น้ำองุ่นขาว กุหลาบ และมะนาว Cry Me The Moon ที่ผสมผสานจิน ทรัฟเฟิลกับแอปเปิ้ล ใบเตย และพริกไทยยาว นำเสนอสัมผัสอาหารคาวผ่านเครื่องดื่ม ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์ของยุคบุกเบิกของ Rabbit Hole อีกหนึ่งเมนูที่สะดุดตาด้วยการ์นิชกลีบดอกบัวอย่าง Queen of Hearts ที่ผสมผสานวอดก้ากับว่านหางจระเข้ องุ่นขาว น้ำเชื่อมดอกบัว มะนาว และไข่ขาวไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
นอกจากนี้ยังมี 9:45 ที่นำเบอร์เบินมาผสานกับ coconut shrub และ kombu dashi vinegar ให้กลิ่นอายเมนูอาหารคาวที่กลมกล่อม Cosa Nostra ที่เข้มข้นด้วยเชอร์รี่ คอนยัค อมาเร็ตโต้ และกลิ่นซิการ์สโมก และ Smoke Peach Old Fashioned ที่ตีความใหม่ด้วยวิสกี้ญี่ปุ่น พีช และสมุนไพรรมควัน ราคาค็อกเทลอยู่ที่ 440++ บาทต่อแก้ว โดยยังคงสูตรต้นตำรับไว้อย่างครบถ้วน เปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าประจำและนักดื่มรุ่นใหม่ได้กลับมาสัมผัสช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Rabbit Hole อีกครั้ง.



