นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ในโอกาสได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ทั้งนี้ตนขอยื่น 2 ข้อเสนอหลักและ 7 ประเด็นต้องตรวจสอบ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนที่แบกรับภาระราคาน้ำมันสูงเกินควรเพียงฝ่ายเดียวตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ดังนี้

1. ต้นทุนนํ้ามันดิบของโรงกลั่นที่แท้จริงคือเท่าไร  2. ราคาที่โรงกลั่นได้ซื้อจริงหลังจากที่ราคาตลาดโลกได้เริ่มปรับสูงขึ้น เป็นราคาที่ต่างกับราคาอ้างอิงในการคำนวณค่าการกลั่นอย่างไร 3. ราคาที่ trader ในเครือของโรงกลั่นได้ซื้อจริงและขายต่อให้โรงกลั่น ว่ามีการ transfer ถึงโรงกลั่นในราคาที่มีส่วนกำไรหรือไม่ 4. ค่าขนส่ง ‘ทิพย์’ ที่สมมุติว่ามีการส่งจากสิงคโปร์นั้นคิดเป็นเท่าไร?

5. ต้นทุนการกลั่นที่แท้จริงของโรงกลั่นนั้นเท่าไร 6.ส่วนกำไรของโรงกลั่นที่เกิดจากค่าการกลั่นที่ผิดปกติในช่วงเดือนที่ผ่านมา เทียบกับช่วงปกติต่างกันอย่างไร และ 7. ข้อมูลปริมาณสต๊อกน้ำมัน ที่เข้าออกคลังน้ำมันของผู้ค้าในแต่ละวัน

“หากผลการพิสูจน์พบว่าโรงกลั่นมีส่วนกำไรเกินปกติ เสนอให้รัฐบาลดำเนินการผ่าน 2 กลไกสำคัญ คือ 1.ปรับสูตรคำนวณ คือแก้ไขสูตรค่าการกลั่นให้สะท้อนต้นทุนที่เหมาะสมและเป็นธรรม และ 2.เก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) โดยเรียกคืนกำไรส่วนเกินที่เหมาะสมเพื่อนำไปลดหนี้กองทุนน้ำมันโดยตรง

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังเสนอให้รัฐบาลปรับลดภาษีสรรพสามิตลง 6 บาท และลดภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้มีผลย้อนหลังเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เทียบเท่ากับนานาประเทศที่เริ่มดำเนินการแล้ว ดังนี้ 1.กลุ่มที่ลดภาษีสรรพสามิต อาทิ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย 2.กลุ่มที่ใช้ภาษีลาภลอย คือ อินเดีย และอังกฤษ 3.กลุ่มที่อยู่ระหว่างพิจารณา มี ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU).