จากกรณี นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) พร้อมด้วย นายปรัตถกร คางคำ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.11 (ห้วยยอดมน-ช่องเม็ก) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ CIB, สวนป่าช่องเม็ก, สวนป่าพิบูลมังสาหาร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ อำเภอสิรินธร และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบ พุทธอุทยานที่พักสงฆ์ “วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์” หรือ วัดของ “พระสิ้นคิด” (หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม) ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ที่พักสงฆ์ได้ปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆจำนวนมาก และรุกล้ำเข้าไปในป่า เกินจากเนื้อที่ที่กรมป่าไม้ ได้อนุญาตให้ใช้ประโยชน์
‘พยัคฆ์ไพร-กรมป่าไม้’ บุกตรวจสอบ ‘วัดพระสิ้นคิด’ หลังถูกร้องรุกป่าสงวนแห่งชาติ
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่พุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ได้มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงในเรื่องดังกล่าว โดยทนายอัศวิน เรือนำเงิน ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ เปิดเผยว่า เดิมทีที่ดินที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ในอดีตมีการดูแลพื้นที่กว่า 1,000 ไร่

เคยมีการทำประชาคมชาวบ้านเพื่อหยั่งเสียงในการขออนุญาตกรมป่าไม้เพื่อขออนุญาตเป็นพุทธอุทยาน แต่ก็ไม่ผ่านความเห็นชอบจากชาวบ้านเนื่องจากมีผลกระทบต่อพื้นที่การหาของป่า ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้จึงเสนอแนะให้ทางที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ในขณะนั้นลดพื้นที่ลงตามพิกัดเหลือเพียง 592 ไร่
ต่อมาปี พ.ศ. 2552 มีการยื่นเรื่องไป เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องปรับลดเนื้อที่ให้เข้าเงื่อนไขไม่เกิน 500 ไร่ แม้จะมีการสอบถามว่าถ้าปรับลดพื้นที่ลง จะทำให้กุฏิและสิ่งปลูกสร้างของเดิมถูกกันออกนอกพิกัด ด้วยเหตุที่พื้นที่ขออนุญาตไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่ใช้ประโยชน์จริง ในเวลานั้นเจ้าหน้าที่แจ้งทางวัดว่าขอไปก่อน หากจะขยายพื้นที่เพิ่มค่อยมาขออนุญาตภายหลัง
ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการปรับแก้พิกัดแผนที่และพื้นที่ให้รวมกับพื้นที่ตั้งวัด 15 ไร่ที่ได้รับอนุญาต และพื้นที่ที่จะขอเป็นพุทธอุทยานให้ไม่เกิน 500 ไร่ โดยนำไปลบด้วยพื้นที่ของวัด 15 ไร่ เป็นเหตุให้พื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ให้ขออนุญาตเป็นอุทยานเหลือ 484 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา
มีการอนุญาตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งข้อเท็จจริงเหล่านี้เจ้าหน้าที่ที่เขียนโครงการและเจ้าหน้าที่ที่ร่วมตรวจสอบต่างก็ทราบดีว่า พระสงฆ์มีกุฏิ สิ่งปลูกสร้างโดยรอบอยู่ก่อนแล้ว จึงมีหลักฐาน Google Earth สามารถจะตรวจสอบได้
แต่ครั้นมาถึงปัจจุบัน ขณะที่ทางพุทธอุทยานฯ เตรียมขอขยายพื้นที่อุทยานออกไป ตามที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้เคยเสนอแนะเอาไว้เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่เดิม ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างมาก่อนเป็นพุทธอุทยาน กลับถูกกรมป่าไม้โดยหน่วยพยัคฆ์ไพร ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 40 นาย บุกเข้าตรวจพื้นที่พุทธอุทยานฯ อ้างมีผู้มาร้องเรียนบุกรุกป่า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวดูจะย้อนแย้งกับการให้คำปรึกษาของเจ้าหน้าที่ป่าไม้อย่างสิ้นเชิง
ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่พุทธอุทยานได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ป่าบริเวณห้วยยอดมน 484 ไร่ 1 งาน 78 ตร.ว. ทางป่าไม้ มิได้มาทำการปักหมุดเขตพื้นที่ให้ชัดเจน ทำให้มีความผิดพลาดในการดำเนินการก่อสร้างกุฏิสงฆ์และแม่ชี เพราะฉะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นมิได้เป็นความจงใจ หรือตั้งใจจะละเมิดกฎหมาย หากแต่เป็นปัญหาทางเทคนิคที่เจ้าหน้าที่มิได้มาดูแลอย่างจริงจัง

ขณะที่ หลวงตาสินทรัพย์ จารณธัมโม ประธานพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า มิได้ยึดติดกับพุทธอุทยานแห่งนี้ พร้อมรับการตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมามีการร้องเรียนบ่อยครั้งมาก ทางพุทธอุทยานก็มีการแก้ไขมาตลอด ที่ผ่านมาป่าไม้ก็ส่งพันธุ์กล้าไม้มาร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติทุกปี ได้รู้ได้เห็นการทำงานมาตลอด ทั้งการอนุรักษ์ การฟื้นฟูสภาพป่า หรือแม้แต่การขยายพื้นที่ป่า โดยยอมสละทุนทรัพย์ เพื่อขอพื้นที่ที่ชาวบ้านบุกรุกมาเป็นพื้นที่ป่า แปรสภาพสวนยาง ไร่มัน มาเป็นป่าไม้เบญจพรรณ หากสังคมมองว่า การสร้างคุณต่อผืนป่าเป็นสิ่งน่ารังเกียจ ต่อไปพระสายป่าคงอยู่ยาก เพราะทุกสำนักสงฆ์มีปัญหามาหมด



