สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ในเลบานอน ว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้น” เพื่อยุติการสู้รบ โดยอ้างว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ “ติดต่อมาเพื่อหารือ”
อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างหนัก แม้สหรัฐประกาศว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง
Trump told reporters in the Oval Office he believed progress was being made between Israel and Lebanon https://t.co/MYF3o0os1I pic.twitter.com/ynClKSEQ9M
— Reuters (@Reuters) June 5, 2026
ขณะที่นายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลจะยังคงเดินหน้าโจมตีในเลบานอนต่อไป และจะไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ และกองทัพอิสราเอลจะยังคงประจำการอยู่ในเขตดังกล่าว รวมถึงบริเวณปราสาทโบฟอร์ต ซึ่งกองทัพอิสราเอลเพิ่งเข้ายึดได้ และจะยังไม่อนุญาตให้ประชาชนกลับเข้าพื้นที่
ด้านนายนาอิม กัสเซ็ม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กล่าวว่า พื้นที่ตลอดแนวชายแดนทางเหนือของอิสราเอลจะยังคงเผชิญกับอันตรายต่อไป ตราบใดที่ประชาชนและหมู่บ้านตามแนวชายแดนทางตอนใต้ของของเลบานอนยังคงถูกโจมตีจากกองทัพอิสราเอล
นอกจากนี้ กัสเซ็มยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอลจะต้องครอบคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนด้วย ไม่ใช่เฉพาะกรุงเบรุตและพื้นที่โดยรอบตามที่สหรัฐเสนอ และประณามการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน โดยมีสหรัฐเป็นคนกลางว่า “เป็นเรื่องที่น่าอับอาย” พร้อมทั้งย้ำว่า ตราบใดที่ยังคงมีการยึดครองพื้นที่ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะเดินหน้าสู้รบต่อไป.
เครดิตภาพ : REUTERS



