สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองไมนซ์ ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ว่าบริษัทไบโอเอ็นเทค ซึ่งร่วมพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กับบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ โดยใช้เทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอ มีอีเมลตอบกลับมายังสำนักข่าวรอยเตอร์ เกี่ยวกับกระแสข่าวการเจรจาจัดซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 20 ล้านโด๊ส ร่วมกับเครือโรงพยาบาลธนบุรี หนึ่งในผู้ให้บริการทางการแพทย์เอกชนรายใหญ่ของไทย ภายใต้การบริหารของ นพ.บุญ วนาสิน มีเนื้อหาสำคัญว่า "ไม่มีการเจรจา" ระหว่างไบโอเอ็นเทคกับเครือโรงพยาบาลธนบุรี
Germany's BioNTech (https://t.co/eeCVHZYuCn) on Thursday denied it was in talks with Thailand's Thonburi Healthcare Group Pcl (THG.BK) for a deal to import 20 million doses of the coronavirus vaccine to Thailand. https://t.co/s3e37x5CEs
— Reuters Health (@Reuters_Health) July 15, 2021
ขณะเดียวกัน ไบโอเอ็นเทคปฏิเสธการเจรจากับหน่วยงานแห่งใดก็ตามของไทย โดยข้อตกลงซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ไบโอเอ็นเทคและไฟเซอร์พัฒนาร่วมกันนั้น บริษัทไฟเซอร์เป็นผู้ดูแลตลาดในไทยเอง ด้านบริษัทไฟเซอร์ประจำประเทศไทยยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
อนึ่ง ไบโอเอ็นเทคประกาศเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับแผนการเตรียมจัดตั้งสำนักงานและโรงงานในสิงคโปร์ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคแถบนี้ การผลิตให้กับผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีเอ็มอาร์เอ็นเอที่พัฒนาโดยไบโอเอ็นเทค
ขณะเดียวกันยังจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตวัคซีนให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังคงเผชิญกับภัยคุกคามจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสำนักงานที่สิงคโปร์จะเป็นแห่งแรกของไบโอเอ็นเทค ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทวีปเอเชีย
VIDEOGRAPHIC: The United States has begun a mass Covid-19 #vaccine program using Pfizer/BioNTech's mRNA shot. How do these never before developed vaccines work? #mRNAvaccine pic.twitter.com/p8spHw0O8s
— AFP News Agency (@AFP) December 15, 2020
เบื้องต้นไบโอเอ็นเทคตั้งเป้าหมายเปิดสำนักงานที่สิงคโปร์ “เร็วที่สุด” คือปี 2566 ซึ่งจะสร้างงานให้แก่ชาวสิงคโปร์ได้สูงสุด 80 อัตรา สำหรับโครงการดังกล่าวของไบโอเอ็นเทคได้รับความสนับสนุนจาก คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งสิงคโปร์.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
















