หลายคนอาจคิดว่า ฟันของเราแข็งแรงยากที่จะหักได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ฟันหน้า” ของเราเปราะบางกว่าที่คิด ทพ.อี ชาง-มิน ผู้อำนวยการคลินิกทันตกรรมชื่อดังในเกาหลีใต้ “โซล ชัมโจอึน” ได้ออกมาเตือนถึงพฤติกรรมการกิน ที่อาจทำให้พวกเราต้องเสียฟันหน้าไปอย่างถาวร โดยเฉพาะอาหาร 2 ชนิดที่คนไทยเราก็ชื่นชอบไม่แพ้กัน
ทพ.อี อธิบายว่าโครงสร้างของฟันหน้าแตกต่างจากฟันกรามอย่างสิ้นเชิง ฟันหน้าจะเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย และมีความบางมากกว่า ฟันหน้าไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบดเคี้ยวหนักๆ เหมือนฟันกราม ทำให้มันโยกคลอนหรือแตกหักได้ง่าย หากได้รับแรงกระแทกจากของแข็งโดยตรง
2 อาหารยอดฮิตที่ทำลายฟันหน้าของชาวเกาหลี
อันดับ 1: ปูดอง (หรืออาหารประเภทเปลือกแข็ง)
เมนูยอดฮิตอย่าง “ปูไข่ดอง” หรือ “ปูม้าดอง” คือศัตรูตัวฉกาจของฟันหน้า
“ต่อให้ผมเตือนคนไข้กี่ครั้ง ว่าอย่าใช้ฟันหน้ากัดเปลือกปู พวกเขาก็จะไม่เชื่อ จนกว่าจะได้ยินเสียงเปร๊าะด้วยตัวเอง” ทพ.อี กล่าว
แรงกดจากการกัดเปลือกปูอาจทำให้เกิด “รอยร้าวขนาดเล็ก” (Micro-cracks) ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในตอนแรก แต่จะสะสมจนฟันแตกในที่สุด โดยเฉพาะคนที่ทำรากฟันเทียมหรือครอบฟัน ฟันปลอมเหล่านี้มีแรงยึดเกาะจำกัด และอาจหลุดหรือพังเสียหายได้ทันที
อันดับ 2: กระดูกอ่อน
อาหารที่ ทพ.อี ยืนยันว่า ตัวเขาเองจะไม่กินเด็ดขาด คือ “กระดูกอ่อนซี่โครงหมู” หรือเมนูที่มีกระดูกอ่อนกรุบๆ
หลายคนคิดว่ากระดูกอ่อนไม่แข็งเท่ากระดูกจริง แต่ความจริงจากห้องตรวจ ทพ.อี พบคนไข้ฟันหักจากกระดูกอ่อนเฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ความเหนียวและแข็งของมัน สามารถทำให้ฟันที่เริ่มสึกหรอตามกาลเวลาแตกออกได้ง่ายๆ
คำแนะนำจาก ทพ.อี เพื่อรักษา “รอยยิ้ม” ให้ยาวนาน
- หากเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเคี้ยวของแข็ง ให้ใช้อุปกรณ์ช่วยทำให้ของแข็งนั้นมีขนาดเล็กลงก่อนเข้าปาก
- อย่าใช้ฟันหน้าฉีกถุงขนม กัดเล็บ หรือเปิดฝาขวด
- หากรู้สึก “เสียวฟัน” หรือ “เจ็บจี๊ด” เวลาเคี้ยวอาหาร นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า ฟันเริ่มมีรอยร้าวแล้ว ให้รีบพบทันตแพทย์ทันที
การรักษาฟันธรรมชาติให้อยู่กับเราไปนานๆ มีค่ามากกว่าเครื่องสำอาง หรือครีมบำรุงราคาแพง เพราะเมื่อฟันหักไปแล้ว การทำฟันใหม่นั้น ทั้งเจ็บตัวและเสียเงินมหาศาล
ที่มาและภาพ : insight korea, ai



