สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ว่านายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กระทรวงกลาโหมอิสราเอล แถลงว่า กองทัพอิสราเอลดำเนินการโจมตี “อย่างทรงพลังและหนักหน่วง” ต่อโรงงานปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองอาซาลูเยห์ ทางตอนใต้ของประเทศ โดยโรงงานแห่งนี้รับผิดชอบการผลิตปิโตรเคมีของอิหร่านมากถึงประมาณ 50%
Israeli Defense Minister Israel Katz:
— Clash Report (@clashreport) April 6, 2026
The IDF forcefully struck Iran's largest petrochemical plant. This key facility accounts for about 50% of Iran's petrochemical output. This follows an attack on Iran's second-largest facility last week.
As a result, both facilities, which… pic.twitter.com/DOYQ4iHVFK
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้น หลังอิสราเอลเพิ่งปฏิบัติการลักษณะเดียวกัน ที่เขตพิเศษปิโตรเคมีมาห์ชาห์ร ในจังหวัดคูเซสถาน ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการโจมตีทางทหารของอิสราเอลทำลายขีดความสามารถในการผลิตเหล็กของอิหร่านไปแล้วราว 70% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อขีดความสามารถของอิหร่านในการผลิตอาวุธ.
เครดิตภาพ : REUTERS



