วันที่ 7 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดสันตับเต่า หมู่ 17 ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดยังคงยืนหยัดจำหน่ายอาหารในราคาประหยัด สวนทางกับภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายในตลาดมีอาหารหลากหลายชนิด ทั้งแกง ขนม ขนมจีน ผัดซีอิ๊ว และข้าวผัด โดยแกงถุงจำหน่ายในราคาเพียง 20 บาท และหากซื้อ 3 ถุง จะคิดราคา 50 บาทเท่านั้น โดยยังคงตักอาหารในปริมาณที่คุ้มค่า อาทิ แกงไข่พะโล้ที่ให้ไข่ 2 ฟอง พร้อมหมูสามชั้นและเลือดหมู หรือหากเลือกเฉพาะไข่ก็ให้ถึง 3 ฟอง ขณะที่เมนูผัดต่าง ๆ บรรจุเต็มกล่องในราคา 20 บาท เช่นเดียวกับขนมจีนน้ำยา

นอกจากนี้ ยังมีขนมราคากล่องละ 10 บาท ขาหมูขายขีดละ 30 บาท เส้นขนมจีนน้ำหนักครึ่งกิโลกรัม ราคา 15 บาท และบะหมี่เกี๊ยว (เกี๊ยวล้วน) จำหน่ายถุงละ 30 บาท โดยบรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีทั้งลูกค้าในพื้นที่และต่างถิ่น รวมถึงแม่ค้าเร่ที่นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาซื้ออาหารไปจำหน่ายต่อในหมู่บ้านต่าง ๆ ภายในอำเภอ

นางเกื้อกูล จารุโชติวงศ์ แม่ค้าขายแกงและขนมในตลาด เปิดเผยว่า ราคาขายแกงถุงละ 20 บาทนี้ ยึดถือมานานกว่า 4 ปี จากเดิมเมื่อ 10 ปีก่อน เคยขายเพียงถุงละ 10 บาท เนื่องจากต้นทุนในอดีตยังไม่สูง โดยเฉพาะราคาเนื้อหมูที่เคยอยู่เพียงกิโลกรัมละ 50-60 บาท แต่ปัจจุบันปรับขึ้นเกิน 100 บาทแล้ว รวมถึงต้นทุนอื่น ๆ เช่น ถุงใส่อาหารที่ราคาปรับขึ้นเช่นกัน

“ทุกวันนี้กำไรเหลือเพียงวันละ 300-400 บาท ลดลงจากเมื่อก่อนเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังต้องขายราคาเดิม เพราะถ้าขึ้นราคา ชาวบ้านจะลำบาก” นางเกื้อกูล กล่าว

นางเกื้อกูล ระบุอีกว่า ลูกค้าจากต่างพื้นที่ โดยเฉพาะจาก จ.เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร ต่างรู้สึกแปลกใจที่อาหารในตลาดแห่งนี้มีราคาถูก เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นที่แกงถุงละ 50 บาทเป็นเรื่องปกติ

ทั้งนี้ แม้ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับขึ้น แต่พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดยังคงยืนราคาขายเท่าเดิม พร้อมย้ำว่าจะยึดราคานี้ต่อไปตราบเท่าที่ทุกคนยังสามารถประคับประคองได้

“แม่ค้าในตลาดสันตับเต่า ขายกับข้าว 20 บาทมาหลายปีแล้ว ถึงของจะแพงขึ้นก็ยังขายราคาเดิม เพราะอยากให้ชาวบ้านอยู่ได้ แต่ก็อยากฝากถึงรัฐบาล ให้ช่วยดูแลประชาชนบ้าง ทำไมน้ำมันขึ้นไม่หยุด แต่ที่นี่เรายังขาย 20 บาท เพื่อชาวบ้านตาดำ ๆ” นางเกื้อกูล กล่าวทิ้งท้าย.