เมื่อวันที่ 2 พ.ค. เกิดเรื่องราวสุดประทับใจที่อำเภอปากช่อง เมื่อนายอรวรรณ อายุ 28 ปี แรงงานชาวลาว พนักงานโรงงานทำข้าวเกรียบ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.มิ่งเมือง งามวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากช่อง หลังทำกระเป๋าสะพายสีดำยี่ห้อดังหาย ภายในมีเงินสดจำนวน 179,000 บาท ซึ่งเป็นเงินของนายจ้าง
นายอรวรรณ ให้การว่า ตนได้นำเงินของนายจ้างมาเก็บรักษาไว้เพื่อเตรียมส่งมอบ โดยแขวนกระเป๋าไว้ที่เสาเต็นท์หน้าโรงงานก่อนจะปั่นจักรยานไปซักผ้าที่ร้านหยอดเหรียญหน้าวัดขนงพระกลาง แต่เมื่อกลับมาถึงโรงงานกลับพบว่ากระเป๋าหายไป ทำให้ตกใจอย่างมากเพราะเกรงว่านายจ้างจะเข้าใจผิดว่าตนเอง “ยักยอกเงิน” จึงรีบเข้าแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมา นายอดิเรก พรหมจันทร์ทึก เจ้าของร้านน้ำแข็งในละแวกนั้น ได้ช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบว่า นายอรวรรณสะพายกระเป๋าติดตัวไปที่ร้านซักผ้าด้วย แต่ตอนปั่นจักรยานกลับมากลับไม่มีกระเป๋าใบดังกล่าว จึงรีบไปสอบถามที่ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ
ในขณะนั้นเอง ความจริงก็ปรากฏเมื่อทราบว่า นางสุมิตา ฉิมมาลา และ นางสาคร กลิ่นสันเทียะ สองชาวบ้านน้ำใจงามที่มาซักผ้าในเวลาเดียวกัน พบกระเป๋าวางลืมไว้บนม้านั่งยาว เมื่อเปิดดูพบเงินสดจำนวนมหาศาล ทั้งคู่ตกใจและเห็นใจเจ้าของเงิน จึงรีบนำกระเป๋าไปฝากไว้กับเจ้าของร้านซักผ้าเพื่อประกาศตามหาเจ้าของ
ล่าสุด นายอรวรรณได้เดินทางไปรับมอบกระเป๋าคืนเป็นที่เรียบร้อย โดยยืนยันว่าเงินสดอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์ สร้างความตื้นตันใจให้กับหนุ่มชาวลาวรายนี้เป็นอย่างมาก พร้อมขอบคุณในความซื่อสัตย์ของป้าทั้งสองคนที่ทำให้ตนไม่ต้องรับผิดชอบเงินจำนวนมหาศาลนี้



