เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายภาสกร บุญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้า การเตรียมการกิจการฮัจย์ ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮ.ศ. 1447) ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยมีผู้ได้รับสิทธิเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ จำนวน 7,037 คน และสามารถดำเนินการออกหนังสือเดินทาง และตรวจลงตรา (VISA) ได้ครบถ้วนร้อยละ 100 ภายในระยะเวลาที่ทางการซาอุดีอาระเบียกำหนด ซึ่งในปีนี้ได้มีการจัดเที่ยวบิน เพื่อขนส่งผู้แสวงบุญให้เดินทาง 2 ท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ รวมจำนวน 21 เที่ยวบิน ครอบคลุมผู้เดินทางทั้งหมด โดยจะมีการบริหารจัดการด้านต้นทุน ความปลอดภัย และความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ รวมถึงการกำหนดสายการบินและรูปแบบการเดินทางที่เหมาะสม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า จุฬาราชมนตรีได้ตอบรับเป็นอะมีรุ้ลฮัจย์ หรือรออิสบิซาตุลฮัจย์ อัลรัสมียะห์ (หัวหน้าคณะผู้แทนฮัจย์ทางการ) เพื่อนำคณะผู้แทนฮัจย์ทางการไทย เดินทางไปดูแลพี่น้องมุสลิมผู้แสวงบุญ อย่างใกล้ชิดแล้ว และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ได้มีการเตรียมความพร้อม ด้านที่พักและสวัสดิการอย่างรัดกุม โดยจัดเช่าอาคารที่พักในเมืองมักกะห์และเมืองมาดีนะห์ พร้อมทั้งจัดตั้งสำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ในเมืองมักกะห์ เพื่อเป็นศูนย์กลางประสานงานให้สามารถดูแลผู้แสวงบุญ ได้อย่างใกล้ชิดในทุกมิติ

“กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญ กับการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งแม้สถานการณ์ความไม่สงบในขณะนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบพิธีฮัจย์ แต่อย่างไรก็ตามทางกระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุ ตลอดจนมาตรการเยียวยาในกรณีฉุกเฉินไว้ ทั้งด้านความปลอดภัย การเดินทาง และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้แสวงบุญชาวไทยจะได้รับความคุ้มครองและความปลอดภัยสูงสุดตลอดการปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นในการยกระดับการบริหาร จัดการกิจการฮัจย์ของประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยคำนึงถึงความสะดวก และศักดิ์ศรีของผู้แสวงบุญชาวไทยเป็นสำคัญ เพื่อให้ทุกคนสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ ราบรื่น และเกิดความประทับใจสูงสุด” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว



