กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลและวงการการศึกษา เมื่อคุณแม่รายหนึ่งได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ลูกชายวัย 8 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดนครราชสีมา ถูกครูประจำชั้นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า พร้อมแฉพฤติกรรมสุดทนของทางโรงเรียนที่ไร้ความรับผิดชอบและใช้ถ้อยคำทำร้ายจิตใจซ้ำเติม

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 คุณแม่เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางไปส่งลูกชายที่โรงเรียนได้เพียงไม่นาน ครูประจำชั้นได้แจ้งว่าลูกมีอาการโมโหและมีปากเสียงกัน โดยอ้างว่ามีการแย่งไม้กวาดจนพลาดไปถูกใบหน้าเด็ก แต่ที่น่าสงสัยคือครูพยายามกีดกันไม่ให้แม่พบลูก อ้างว่าแยกตัวเด็กไปไว้อีกห้องหนึ่ง กระทั่งเวลาประมาณ 10.30 น. ลูกชายได้แอบใช้โทรศัพท์โทรหาสภาพขวัญเสีย เมื่อแม่เห็นบาดแผลที่ใบหน้าจึงรีบเดินทางกลับไปที่โรงเรียนอีกครั้งเมื่อเวลา 11:00 น. ซึ่งครูยังคงยืนยันคำเดิมพร้อมทั้งอธิบายว่าเป็นการแย่งไม้กวาดเพราะกลัวเด็กจะทำร้าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณแม่พาลูกไปรักษาตัวและสอบถามความจริงจากปากคำของเด็ก กลับพบข้อมูลหนังคนละม้วน โดยเด็กระบุว่าขณะเล่นอยู่ในห้องถูกครูดุจึงพยายามจะไปหยิบโทรศัพท์โทรหาแม่ แต่กลับถูกครูผลักจนล้มลงและถูกจับขาพร้อมทุบตีที่หลัง เมื่อเด็กพยายามคว้าไม้กวาดขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวและหาทางสู้ ครูได้แย่งไม้กวาดไปได้แล้วใช้ไม้กวาดอันดังกล่าวตีกลับมาที่ใบหน้าเด็กอย่างแรง จนมีครูท่านอื่นผ่านมาเห็นและเข้าช่วยเหลือแยกตัวเด็กออกมา

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หลังจากเด็กพักรักษาตัวได้ 2 วัน เมื่อคุณแม่พาลูกกลับไปโรงเรียนเพื่อพูดคุยหาทางออก ครูประจำชั้นคนดังกล่าวกลับไม่มีท่าทีสำนึกผิดหรือแสดงกิริยาอ่อนน้อมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับพูดจาลักษณะท้าทายว่าหากคุณแม่ไม่พอใจในการดูแล ก็สามารถย้ายลูกออกไปเรียนที่อื่นหรือย้ายห้องได้เลย เมื่อเข้าพบหัวหน้าสายชั้นเพื่อขอความเป็นธรรมก็ไม่ได้รับทางออกที่เหมาะสม ทำให้คุณแม่รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของลูกชาย จึงตัดสินใจให้ลูกลาออกจากโรงเรียนทันทีและเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องศักดิ์ศรีและความถูกต้องให้กับลูกชายที่ต้องมาประสบเหตุอันเลวร้ายภายในสถานศึกษาที่ควรจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด

โดยน้องมีบาดแผล รอยถลอกที่คิ้วด้านขวา มีรอยแดงที่แก้มขวา ด้านคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำแม่และเด็กชาย แล้วจากนี้ตำรวจจะดำเนินการร่วมกับนักจิตวิทยาในการสอบปากคำเด็กๆที่อยู่ในเหตุการณ์ที่โรงเรียน ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

แม่ของเด็กชายได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เพิ่งได้พบกับคุณครูประมาณ 1 สัปดาห์ในช่วงเปิดซัมเมอร์ เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนครูใหม่ที่เด็กย้ายชั้นเรียน ลักษณะคุณครูยิ้มแย้มแจ่มใส ดูเป็นคนใจดี ก่อนหน้านี้ลูกชายก็ไม่เคยเล่าว่าถูกทำร้ายแต่อย่างใด เพิ่งมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

ลูกชายตนเป็นลูกครึ่งไทยเนเธอร์แลนด์พ่อเป็นชาวเนเธอร์แลนด์ และเป็นเด็กสมาธิสั้น แต่หากไม่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงก็จะไม่เกิดอาการ หลังจากเหตุเกิดเหตุการณ์ ลูกชายของตนเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าไปโรงเรียน และต้องพาไปพบจิตแพทย์แทน เพื่อรักษา ดูแลสภาพจิตใจและเพื่อความสบายใจของผู้ปกครอง พร้อมทั้งในวันพรุ่งนี้จะไปรับเอกสารทำเรื่องเพื่อลาออกและย้ายไปโรงเรียนอื่น หลังจากทางโรงเรียนเงียบหายไป 5 วัน หลังจากเริ่มจะมีข่าวออกมาทางโรงเรียนเพิ่งได้ทักหาตน จากนี้ตนได้ว่าจ้างทนายความเพื่อดำเนินการเรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมทางกฎหมายต่อไป

เด็กชายผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าถึงเหตุการณ์ว่าไม่ได้ทำอะไร ครูตีก่อน โดยใช้ไม้กวาดตี ขณะนั้นตนกำลังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ แล้วถูกครูว่าเด็กนิสัยไม่ดี จึงหยิบไม้กวาดทำท่าจะตี ครูจึงแย่งไม้กวาดตีจนทำเป็นแผล โดยตีที่หน้า 1 ครั้ง และตีตามตัวอีกหลายครั้ง รู้สึกเจ็บ และกลัว จนร้องไห้ ก่อนจะโทรศัพท์เล่าเรื่องให้แม่ฟัง ให้แม่ไปฟ้องตำรวจเอาครูไปเข้าคุก

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อคุณครูคู่กรณีทางโทรศัพท์แต่ไม่สามารถติดต่อได้ .