เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “พริษฐ์ วัชรสินธุ -ไอติม – Parit Wacharasindhu” ระบุว่า ทำไมมาตรการเยียวยา-ช่วยเหลือประชาชนเฉพาะกลุ่ม ยังไม่ถึงมือประชาชนสักที วันนี้นับว่าครบรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากที่รัฐบาลยุติการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเมื่อวันที่ 25 มี.ค. และปล่อยให้ราคาขึ้นพรวดเดียวคืนแรก 6 บาทต่อลิตร และขึ้นสะสมมาแล้วทั้งหมดกว่า 17 บาทต่อลิตร ตนเชื่อว่าทุกคนทราบดีว่าวิกฤติระดับโลกครั้งนี้ ย่อมส่งผลให้ราคาน้ำมันต้องไปในทิศทางที่สูงขึ้นกว่าสถานการณ์ปกติ แต่สิ่งที่คนไทยตั้งคำถามและปรารถนาอยากจะเห็นในสังคม คือการ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขอย่างเป็นธรรม” ไม่ใช่การบริหารประเทศโดยผลักภาระทั้งหมดให้ประชาชนและละเลยความทุกข์ร้อนของประชาชน
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า แน่นอนว่าขาหนึ่งที่สังคมเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด (โดยเฉพาะตลอด 1-2 วันที่ผ่านมา) คือท่าทีของรัฐบาลใหม่ ต่อการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การลดค่าการกลั่น การใช้ภาษีลาภลอยมาเก็บกำไรส่วนเกิน และการปรับลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งอาจมองได้ว่ารัฐบาลทำ “น้อยไป” (เช่น มติ กบง. ล่าสุด ที่ลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร) และ “ช้าไป” (เช่น เรื่องภาษีลาภลอยที่เคยมีการศึกษามาตั้งแต่ 2565 สมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน แล้ว) แต่อีกขาหนึ่งที่ประชาชนต้องรอแล้วรออีก ท่ามกลางค่าน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือ “มาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาประชาชนแบบเจาะจง” โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบสูงเป็นพิเศษจากวิกฤตครั้งนี้ เช่น
– กลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือครัวเรือนที่มีเด็กและผู้สูงอายุจำนวนมาก ที่รายได้ไม่พอรายจ่าย
– กลุ่มเกษตรกร ที่เจอต้นทุนที่สูงขึ้น จากทั้งค่าปุ๋ย ค่าขนส่ง และ ค่าน้ำมันที่ใช้สำหรับอุปกรณ์-เครื่องจักร
– กลุ่มประมง ที่ออกเดินเรือแล้วอาจไม่คุ้นทุน
– กลุ่มไรเดอร์ และคนขับแท็กซี่ ที่พึ่งพาน้ำมันในการประกอบอาชีพ
– โรงงานผลิตพลาสติกและบริษัทที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน ที่เจอปัญหาขาดแคลนเม็ดพลาสติก
– ผู้ประกอบการรายย่อย-ร้านอาหาร ที่ต้องเลือกระหว่างขึ้นราคาและเสี่ยงเสียลูกค้า กับแบกรับต้นทุนเองทั้งหมด
– ภาคขนส่ง ที่ได้รับผลกระทบหนัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมาถึงค่าครองชีพประชาชนในภาพรวม
นายพริษฐ์ ระบุว่า ตนเคยทักท้วงไปแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ว่ามันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่รัฐบาลปล่อยให้มีการขึ้นราคาพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ในวันนั้น โดยไม่มีมาตรการเยียวยาที่พร้อมดำเนินการทันทีคู่ขนาน ทั้งที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ได้เคยพูดถึงแนวทางการเยียวยาเฉพาะกลุ่ม เช้าวันเดียวกันกับที่มีการปล่อยราคาน้ำมันขึ้นตอนกลางคืน (https://www.thaipbs.or.th/news/content/503783 ) แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า ว่าผ่านมา 2 สัปดาห์เต็มแล้ว มาตรการเยียวยาใดๆเฉพาะกลุ่มก็ยังไม่คลอดออกมา และยังไม่มีเงินสักบาทที่ถึงมือพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนที่สุด (หากนับเฉพาะที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการปกติที่เดิมมีอยู่แล้ว และหากไม่นับการอุดหนุนราคาน้ำมันแบบหว่านแหในภาพรวม)
นายพริษฐ์ ระบุว่า ตนผมเข้าใจว่ารัฐบาลให้เหตุผลว่าจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษ วันที่ 11 เม.ย. นี้ เพื่อเคาะรายละเอียดและงบประมาณสำหรับมาตรการดังกล่าว แต่สิ่งที่ประชาชนทั่วไปไม่เคยได้รับคำตอบคือ ทำไมพวกเขาต้องรอมานานขนาดนี้ หากมีการเคาะมาตรการในวันที่ 11 เม.ย. จริง จะคิดเป็น 17 วันเต็ม นับจากวันที่มีการปล่อยราคาน้ำมันขึ้น 6 บาท หากนายกฯ จะอ้างว่าที่ผ่านมาทำไม่ได้เพราะเป็น ครม.รักษาการ ก็ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 (3) ระบุชัดว่า ครม.รักษาการ สามารถอนุมัติงบกลาง มาช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉินได้ (ซึ่งเข้าใจว่ายังมีงบเหลืออยู่หลักหมื่นล้านบาท) โดยมีขั้นตอนเพิ่มเติมเล็กน้อยสำหรับ ครม.รักษาการ คือการขออนุมัติจาก กกต. (ซึ่งเชื่อว่ากกต.คงไม่ได้ติดปัญหาอะไรเพราะมันผ่านพ้นการเลือกตั้งมาแล้ว ดังนั้นไม่ได้สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการใช้งบเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง)
“ดังนั้น คำถามที่อยู่ในใจประชาชนจำนวนมาก คือ ‘ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน รออะไร?’ และ ‘รัฐบาลพร้อมรับมือกับวิกฤติครั้งนี้แค่ไหน?’ ผมเข้าใจดีว่าต้นตอของวิกฤติครั้งนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยภายในประเทศ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง (รวมถึงข้อความที่น่ากังวลอันล่าสุดจากทรัมป์ใน Truth Social ก่อนจะมีการตกลงหลุดยิง 2 สัปดาห์) และท่ามกลางผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่เสี่ยงจะเข้าสู่สภาวะ stagflation (เศรษฐกิจชะลอตัว+เงินเฟ้อสูง) หากประชาชนคนไทยจะฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ได้ เราต้องการรัฐบาลที่นำหน้าปัญหา ไม่ใช่ตามหลังปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ทางพรรคประชาชนเราจะทำเต็มที่ในการตรวจสอบและเสนอแนะรัฐบาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เริ่มต้นจากการอภิปรายคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา วันพฤหัสบดีและศุกร์ที่จะถึงนี้” นายพริษฐ์ ระบุ.


