ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และนายทะเบียนพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงแนวทางการอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 9-10 เม.ย. นี้ ว่า บุคลากรของพรรคกล้าธรรมทั้ง 58 คน มีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน อยากจะให้ติดตามในวันอภิปรายว่า เราจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบและทวงถามนโยบายต่างๆ ที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ประกาศไปในช่วงหาเสียงกับพี่น้องประชาชน เขาจะได้ทำตามสัญญาหรือไม่
“การอภิปรายคงจะเน้นไปที่เรื่องหลัก ๆ อาทิ เศรษฐกิจ สังคม ภัยพิบัติ รวมถึงการปฏิรูปการทำงานของภาครัฐ และเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเราได้เวลามาประมาณ 4 ชั่วโมง ก็ได้จัดสรรเวลาให้กับ สส. ของพรรคอภิปรายตามเรื่องที่ตนเองสนใจ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะร่วมอภิปรายหรือไม่นั้น ก็ขอรอดูการอภิปรายของ สส.พรรค ก่อน หากนำเสนอได้ครอบคลุมแล้ว ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องสรุป แต่หากไม่ ร.อ.ธรรมนัส ก็อาจจะเป็นผู้กล่าวสรุป ขอให้รอติดตาม หน้าที่ของพรรคกล้าธรรมก็คือ ติดตามและตรวจสอบให้รัฐบาลทำตามสัญญา” นายอรรถกร กล่าว

นายอรรถกร แถลงด้วยว่า พรรคกล้าธรรมเตรียมเดินหน้าผลักดันนโยบายตามที่ได้หาเสียงและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยได้ยื่นร่างกฎหมายสำคัญต่อสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 3 ฉบับ คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เสนอโดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เพื่อยกระดับระบบการศึกษาไทย ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
2.ร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินและคุ้มครองที่ดินเกษตรกรรม เสนอโดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร โดยมุ่งแก้ปัญหาการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. และลดอุปสรรคให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้สะดวกและเป็นธรรมมากขึ้น และ 3.ร่าง พ.ร.บ.อาสาเกษตร เสนอโดย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เพื่อยกระดับบทบาทและดูแลอาสาสมัครภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในพื้นที่ แต่ยังขาดการสนับสนุนและค่าตอบแทนที่เหมาะสม แม้จะเป็นภาคส่วนที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด
นายอรรถกร กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับการทำตามสัญญา โดยทั้ง 3 ร่างกฎหมาย เป็นผลจากการรับฟังปัญหาจากภาคการศึกษาและภาคเกษตรโดยตรง และตั้งเป้าแก้ไขเชิงโครงสร้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว



