นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “ปลาสลิด” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trichopodus pectoralis เป็นปลาน้ำจืดพื้นถิ่นของไทย ที่พบแพร่กระจายในแหล่งน้ำทั่วประเทศ และมีแหล่งเพาะเลี้ยงสำคัญในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางหลายจังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ สมุทรสงคราม เพชรบุรี และฉะเชิงเทรา ส่วนภาคใต้นิยมเลี้ยงในจังหวัดปัตตานี เป็นต้น โดยปลาสลิดเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่ได้รับความนิยมบริโภคอย่างแพร่หลาย เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้มีราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 160–350 บาท และยังมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า อาทิ ปลาแดดเดียว ปลาแห้ง ปลาเค็ม และปลาสลิดไร้ก้าง เป็นต้น
จากข้อมูลผลผลิตสัตว์น้ำจืดของกรมประมง ในปี พ.ศ. 2567 ประเทศไทยมีเกษตรกรที่เลี้ยงปลาสลิดขึ้นทะเบียน จำนวนรวม 2,162 ฟาร์ม ผลผลิตประมาณ 9,826 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 650.89 ล้านบาท ซึ่งผลผลิตปลาส่วนใหญ่ใช้บริโภคภายในประเทศถึงร้อยละ 91.90 และส่งออกร้อยละ 8.10 โดยรูปแบบสินค้าที่ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ปลาสลิดแช่เย็น ร้อยละ 62.80 และ ปลาสลิดแช่แข็ง ร้อยละ 37.20 ตามลำดับ ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ กลุ่มอาเซียน ร้อยละ 79.06 รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 18.98 และอื่น ๆ ร้อยละ 1.96 ตามลำดับ
นายสุชาติ จุลอดุง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร เปิดเผยว่า ทางศูนย์ฯ ได้ทำการศึกษา วิจัย และปรับปรุงพันธุ์ปลาสลิดเพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ตั้งแต่ปี 2562 ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบหมู่ จำนวน 2 รุ่น โดยใช้ปลาสลิดดอนนาจากจังหวัดปัตตานีเป็นประชากรเริ่มต้น คัดเลือกปลาที่มีน้ำหนักมากที่สุดประมาณ10 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรทั้งหมดในแต่ละรุ่น มาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในการผลิตพันธุ์ปลาสลิด ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงในพื้นที่ภาคใต้ โดยจากการศึกษาวิจัยพบว่า เมื่อนำปลาสลิดเลี้ยงในกระชังนาน 6 เดือน ที่ระดับความหนาแน่น 20 ตัว/ตารางเมตร ได้น้ำหนักเฉลี่ย 76.80 กรัม (13-14 ตัว/กิโลกรัม) ต่อมาในปี 2564 ได้นำวิธีการปรับปรุงพันธุ์ ด้วยการประมาณค่าศักยภาพทางพันธุกรรม (Estimate Breeding Value ; EBVs) มาใช้ในการพัฒนาสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประชากรเริ่มต้นจาก 4 แหล่ง ได้แก่ พิษณุโลก บุรีรัมย์ สุพรรณบุรี และชุมพร เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม ตลอดจนมีการใช้เครื่องหมาย Passive integrated transponder (PIT TAG) เพื่อระบุข้อมูลสัตว์น้ำรายตัว ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ และเพิ่มความก้าวหน้าในการคัดเลือกได้มากขึ้น
ปัจจุบันสามารถพัฒนาสายพันธุ์ปลาสลิดโดยปรับปรุงพันธุ์ได้ถึงรุ่นที่ 3 แล้ว จากการเลี้ยงในกระชังความหนาแน่น 20 ตัว/ตารางเมตร มีน้ำหนักเฉลี่ย 95.71 กรัม ความยาว 18.05 เซนติเมตร ซึ่งมีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากรุ่นพ่อแม่ คิดเป็นร้อยละ 77.60 โดยผลการทดลองเลี้ยงปลาสลิดในรุ่นที่ 3 โดยปล่อย 1,000 ตัว ในบ่อดินขนาด 800 ตารางเมตร (อัตราความหนาแน่น 1.25 ตัว/ตารางเมตร) พบว่ามีน้ำหนักเฉลี่ย 112.38 กรัม ความยาว 18.99 เซนติเมตร ซึ่งมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากรุ่นดั้งเดิม ประมาณ 108 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2569 ทางศูนย์ ฯ ได้วางแผนเพื่อเตรียมทดสอบพันธุ์ ปลาสลิดที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์ โดยนำไปเลี้ยงในฟาร์มเกษตรกรพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดราชบุรี ซึ่งจะทำการรวบรวมข้อมูลการเจริญเติบโต และอัตรารอดในสภาพแวดล้อมของการเลี้ยงจริง เพื่อใช้ข้อมูลในการกระจายพันธุ์สู่เกษตรกรอย่างเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ เกษตรกรหรือผู้ที่สนใจข้อมูลการเพาะเลี้ยงปลาสลิด สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำชุมพร โทรศัพท์ 0 7751 0310



