กาเบรียล กราวินา อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (เอฟไอจีซี) ที่เพิ่งลาออกหลังจาก “อัซซูรี” ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ทำรายงานเรียกร้องให้มีการนำรายได้จาก “การพนัน” ไปใช้ในการพัฒนาเยาวชนและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟูวงการฟุตบอลที่กำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก

กราวินา ชี้ว่าความล้มเหลวของทีมชาติอิตาลี เป็นผลมาจากจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง มากกว่าที่จะเป็นความผิดพลาดในระยะสั้น เขาเสนอให้จัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งจากการพนันไปใช้ในโครงการระดับรากหญ้าและสถาบันอคาเดมี รวมถึงการลงทุนในการสร้างหรือปรับปรุงสนามฟุตบอลใหม่

นอกจากนี้ กราวินา ยังเสนอให้ยกเลิกการห้ามโฆษณาและการสนับสนุนการพนันที่นำมาใช้ในปี 2018 เพื่อลดอัตราการติดการพนันในประเทศที่เคยเป็นตลาดการพนันที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

อีกปัญหาสำคัญคือผู้เล่นชาวอิตาลี ที่น้อยมากในกัลโช เซเรีย อา ซึ่งเวลานี้ผู้เล่นต่างชาติครองเวลาการเล่น 68% เป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในยุโรป ขณะที่โอกาสของผู้เล่นอายุน้อยยังแคบลงไปอีก เมื่อผู้เล่นชาวอิตาลี อายุไม่เกิน 21 ปี มีสัดส่วนไม่ถึง 2% ของเวลาลงสนามทั้งหมดในเซเรีย อา

เพื่อพลิกสถานการณ์นั้น เอฟไอจีซี เสนอให้มีมาตรการทางการเงินที่จูงใจสำหรับสโมสรที่ส่งผู้เล่นอายุน้อยและผู้เล่นชาวอิตาลีลงสนาม การลงทุนที่แข็งแกร่งขึ้นในอะคาเดมี่เยาวชน และกระบวนการอนุมัติที่รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับสนามกีฬาใหม่หรือสนามกีฬาที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

ฟุตบอลอาชีพของอิตาลียังสภาพการเงินที่เปราะบาง ขาดทุนมากกว่า 700 ล้านยูโรต่อปี โดยมีระดับหนี้สินสูง และประวัติของสโมสรที่ล้มละลายหรือถูกตัดออกจากการแข่งขัน

รายงานสรุปว่า การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนจะต้องอาศัยการดำเนินการที่ประสานงานกันทั่วทั้งวงการ พร้อมเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงผู้นำหรือการปฏิรูปแยกส่วนอย่างเดียวนั้นจะไม่เพียงพอที่จะฟื้นฟูฟุตบอลอิตาลี