เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
กินกาแฟ สรุปว่า ดีต่อสมองไหมหมอ
คืออันนี้ เพราะคนทานกาแฟกันเยอะ หลัง ๆ มาเรื่องชาด้วย เรียกว่า หากคุยไป 10 คน วัยทำงานนะ เกือบครึ่งดื่มกาแฟ
เมื่อไม่นานมานี้ มีงานวิจัยขนาดใหญ่ระดับ “marathon” คือ มันติดตามนาน นะ 43 ปี นานจนแก่
ผู้เข้าร่วม กว่า 131,821 คน
คนที่ดื่ม กาแฟที่มีกาเฟอีน
มีความเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อม (dementia)
ต่ำกว่าคนที่ดื่มน้อยอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขที่เอาไว้อธิบายก็คือ
กลุ่มดื่มมาก ประมาณ 141 คน ต่อแสนคนต่อปี
กลุ่มดื่มน้อย ประมาณ 330 คน ต่อแสนคนต่อปี
ก็คือ
“ความเสี่ยงลดลงประมาณ 18%”
แล้วชา?
ชาก็ได้ผลคล้ายกันครับ
มันเกิดจาก caffeine ไหม ตอบคือ ใช่
เพราะ กาแฟ decaf (ไม่มีกาเฟอีน) มันไม่ได้ช่วย
สมอง ต้องการตัวกระตุ้น คือเราคิดว่า ตื่นอย่างเดียว มันไม่ใช่ แต่การกระตุ้น เหมือนว่า มันปลุกสมองเราขึ้นมาด้วย ให้กระฉับกระเฉง รับรู้สิ่งแวดล้อม และก็ลดสมองเสื่อม
หลายคนอาจคิดว่า
ประโยชน์ของกาแฟน่าจะมาจากสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) หรือ polyphenols
ซึ่ง…ก็ “ใช่” แต่ดูเหมือนจะ “ยังไม่พอ”
เพราะถ้าเอากาเฟอีนออก (decaf)
ผลปกป้องสมองก็หายไปด้วย
แล้วต้องดื่มแค่ไหนถึงจะพอดี?
ก็ต้อง พอดี โดยคำว่า พอดี คือ กาแฟ (มีกาเฟอีน) ประมาณ 2–3 แก้ว/วัน
ชา: ประมาณ 1–2 แก้ว/วัน แบบนี้
เกินกว่านี้…ไม่ได้ช่วยเพิ่ม และบางครั้งอาจได้ “ใจสั่น นอนไม่หลับ” เป็นของแถมเสียอีก
แต่ก็เป็น การศึกษาที่อาจมีตัวแปรและปัจจัยอื่นๆ พวก กินกาแฟ อาจนิสัย active ก็ได้ แต่ก็เป็นงานวิจัยนึงครับ ที่บอกผลกาแฟ
วิจัย ใต้โพสต์



