ยิ่ง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ พูด “พลิกไปพลิกมา”  ดูแล้ว “ลับ ลวง พราง” ที่สำคัญโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ระเบียบโลกเดิมพังทลายทั้งหมด ถูกขับเคลื่อนด้วย “กฎแห่งป่า” ทำให้โลกปั่นป่วนจากการที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐ ฉีกกฎกติการะหว่างประเทศทั้งหมด  

ทางรอดเดียว ที่ไม่ใช่แค่ทางเลือกของประเทศไทย ต้อง “รื้อโครงสร้างพลังงานใหม่ทั้งหมด ให้เราพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด” เพราะเรื่อง “พลังงาน” จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการ “ต่อรอง” ทางการเมืองในทุกความขัดแย้งอย่างแน่นอน สอดคล้องกับ “ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์” นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ย้ำว่า ตอนนี้โลกปั่นป่วนมาก สงครามเกิดขึ้นง่ายดายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเกิดที่ไหน แต่มีผลกระทบลามไปทั่วโลกเลย ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำ ต้องพยายามที่จะ “พึ่งตนเอง”

โดยเฉพาะพวกพลังงานทางเลือก พลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด สำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก นอกจากลดการเกิดก๊าซเรือนกระจก พลังงานทางเลือก หันมาใช้พลังงานที่มาจากวัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งพลังงานจากน้ำ พลังงานจากแสงแดด พลังงานจากลม ยังช่วยลดการนำเข้า ลดการพึ่งพาพลังงานจากประเทศอื่น ประหยัดเงินที่ต้องจ่ายให้ต่างประเทศ ยังช่วยเหลือเกษตรกรอีกด้วย ซึ่งในประเทศไทยมีความพร้อมในหลายพื้นที่ อยู่ที่ว่า พื้นที่ไหนพลังงานไหนมีศักยภาพสูงสุด     

“เราใช้เชื้อเพลิงที่เป็นชีวมวล พวกเศษไม้ พวกวัสดุการเกษตรต่าง ๆ ใช่ไหม ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศได้ ไม่ต้องพึ่งพาสินค้านำเข้า เป็นการประหยัดเงินตราต่างประเทศไปได้  อีกอย่างตอนนี้ราคาต้นทุน แข่งขันได้กับเชื้อเพลิงฟอสซิลแล้ว พวกโซลาร์เซลล์ พวกนี้ราคาก็ลดลง”

สิ่งที่อยากให้ภาครัฐเร่งสนับสนุน พวกมาตรการภาษีต่างๆ อย่างล่าสุด มาตรการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านนำค่าใช้จ่ายจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ถึง 31 ธ.ค. 71 ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญ   

อีกประเด็นสำคัญ “การอำนวยความสะดวก” ในเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับในการติดตั้ง การขออนุญาต การให้ใบอนุญาตต่างๆ ถ้าประชาชนทำถูกต้องแล้ว ก็ควรรวดเร็ว สะดวก อะไรที่ยุ่งยากล้าหลัง ก็ควรยกเลิกไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน แดดเป็นของทุกคน ถ้าบ้านใครมีความพร้อม ติดแล้วคุ้มค่า ก็ควรสนับสนุน เพราะการผลิตไฟฟ้าทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็ยังต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ถือเป็นการลดการนำเข้า และประหยัดเงินให้กับประชาชนด้วย   

“ศ.ดร.พรายพล” ยังเสริมอีกว่า เรื่อง งานวิจัยพัฒนา หรืออาร์แอนด์ดี นักวิจัยของไทย ควรจะรู้ในการส่งเสริมในการผลิต ในการค้นคว้า อะไรที่ไทยสามารถที่จะผลิตเอง พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น อย่างโซลาร์เซลล์ เราก็นำเข้าเยอะจากจีน ถ้าเรามีความสามารถในการผลิตเองได้ในต้นทุนที่สู้คนอื่นเขาได้เนี่ย ผมว่าการใช้จะดีมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ เราก็ต้องพึ่งตนเองให้มากขึ้น ก๊าซไฮโดรเจนในที่สุดแล้วก็สามารถที่จะผลิตได้เองในต้นทุนที่ต่ำ เรื่องวิจัยพัฒนาเป็นอีกอันหนึ่งที่จะต้องส่งเสริม

“ขอย้ำอีกว่า ตอนนี้ภูมิรัฐศาสตร์มันเปลี่ยน โลกมันเปลี่ยน ทุกอย่างมันเปลี่ยนหมดแล้ว มันก็ถึงเวลาแล้วที่ไทยจะต้องพึ่งพาพลังงานของตนเองให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะมีการลดนำเข้าให้มากที่สุด เราต้องพยายามที่จะพึ่งตนเอง และก็สร้างสิ่งที่เรียกว่า Resilience ความสามารถในการฟื้นตัว ทักษะการปรับตัว สามารถที่จะรับแรงกระแทกได้ แล้วก็ฟื้นตัวได้เร็ว บางทีพึ่งตนเองไม่ได้ก็จริง แต่เรามีภูมิต้านทาน พอผลกระทบมาถึงเรา เราก็แอพซอฟดูดซับมันได้ พอผลกระทบมันน้อยลง เราก็สามารถที่จะฟื้นตัวได้เร็ว อันนี้เป็นลักษณะที่สำคัญอีกอันหนึ่ง”

Sustain Daily จะพาไปรู้จัก พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยเพิ่มเติม ณ เวลานี้ พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือก ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นแสงอาทิตย์ ชีวมวล และพลังงานลม ตามแผนพลังงานแห่งชาติ เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เร็วขึ้น 5 ปี เป็นปี 93  มีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนทางพลังงาน 

สำหรับประเภทพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญในไทย

  • พลังงานแสงอาทิตย์ : มีศักยภาพสูงสุดและนำมาใช้มากที่สุด เนื่องจากไทยมีแสงแดดจัดตลอดทั้งปี นิยมติดตั้งทั้งบนหลังคา หรือโซลาร์ รูฟท็อป  และโซลาร์ฟาร์ม
  • พลังงานชีวมวล : นำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ มาผลิตไฟฟ้า ซึ่งช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจในชุมชน ซึ่งตอนนี้เป็นพลังงานที่ใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น
  • พลังงานลม : มีการพัฒนาในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
  • พลังงานขยะ นำขยะชุมชนมาแปรรูปเป็นพลังงาน ซึ่งช่วยจัดการปัญหาขยะในประเทศ 
  • โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ ที่อยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันถึงความปลอดภัย ซึ่งตอนนี้เทคโนโลยีเอสเอ็มอาร์  เป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยมากขึ้น ใช้พื้นที่เล็กลง ใช้น้ำน้อยลง ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำแบบรุ่นเก่าๆ ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในปลายแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) ที่กำลังจัดทำอยู่

เมื่อถามว่า รัฐบาลจริงจังกับพลังงานทางเลือกขนาดไหน

ต้องบอกว่า กระทรวงพลังงาน ให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียนเช่นกัน โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้มากกว่า 50% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ทั้งหมดในช่วงระยะเวลาของแผน พลังงานหลักที่เน้น เช่น เน้นพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นหลัก ทั้งแบบติดตั้งบนพื้นดินและโซลาร์ลอยน้ำ ตามด้วยพลังงานลม

แต่สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องจากภาครัฐ เช่น

  • ยกเลิกรับซื้อไฟแพง  ที่ส่อทุจริต และสัญญาทาส ทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟแพง
  • เปิดเสรีตลาดไฟฟ้า สนับสนุนให้ประชาชนเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไฟฟ้าได้อย่างเสรี
  • เปลี่ยนเป็น Net Metering หรือ การผลักดันให้ประชาชนที่ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์สามารถ “จดหน่วยลบหน่วย” หักลบพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้กับการใช้ไฟฟ้าได้โดยตรง ไม่ใช่เพียงแค่ขายคืนในราคาต่ำ

จึงต้องติดตามต่อไปว่า รัฐบาลจะจริงจังในการปลดล็อก ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิส ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เสมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจตลอดเวลา แล้วหันมาใช้พลังงานทางเลือกเข้ามาเป็นทางรอดให้กับประเทศไทยได้มากน้อยแค่ไหน?