เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จาก Timeline โครงการก่อสร้างถนนต้นตาลสายปรางค์กู่-ห้วยทับทัน อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ระยะที่ 1 ช่วงปี 2568 สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท ได้มีโครงการก่อสร้างขยายถนน ชื่อโครงการ “ประกวดราคาจ้างก่อสร้างถนนสาย ศก.3013 แยก ทล.226 – บ้านพิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ” ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่โครงการ 68019600161 วงเงินงบประมาณ 42,620,000.00 บาท ราคากลาง 42,626,936.27 บาท

มีบริษัท A, B และ C รวมจำนวน 3 ราย เป็นผู้ยื่นเสนอราคา โดยประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคาเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2568 ปรากฏว่า บริษัท A เป็นผู้ชนะการเสนอราคา มูลค่าที่จัดหาได้ 42,598,000.00 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 28,936.27 บาท วันที่เริ่มต้นสัญญา 5 เม.ย. 2568 – 22 ต.ค. 2568 รวม 201 วัน โครงการดังกล่าวได้มีการปรับพื้นที่และตัดต้นตาลที่อยู่ริมถนนทั้งสองฝั่ง รวมถึงต้นไม้อื่น ๆ เพื่อการก่อสร้างให้ได้ถนนมาตรฐาน เป็นถนนลาดยาง 2 เลน พร้อมไหล่ทางและถนนกว้างขึ้น เพื่อความปลอดภัย แต่ในขณะนั้นไม่พบว่านักอนุรักษ์ทั้งในและนอกพื้นที่ออกมาต่อต้านหรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ


“แขวงฯศรีสะเกษ” แจ้งความ “เอกชน” เข้าพื้นที่ตัดต้นตาลไม่ได้รับอนุญาต ยกเลิกโครงการฯ แล้ว

ต่อมา เมื่อวันที่ 11-17 มี.ค. 2569 กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักบำรุงทาง ได้ออกประกาศเปิดประกวดราคาจ้างก่อสร้างถนนสาย ศก.3013 แยก ทล.226 – บ้านพิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ช่วงที่ 2 ต่อจากโครงการก่อนหน้านี้ ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) วงเงินงบประมาณ 28,470,000.00 บาท ราคากลาง 28,478,639.67 บาท มีบริษัท A, B และ C เช่นกัน เป็นผู้ยื่นเสนอราคา โดยประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา วันที่ 23 มี.ค. 2569 ปรากฏว่า บริษัท A ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกันกับโครงการก่อนหน้านี้ เป็นผู้ชนะการเสนอราคา มูลค่าที่จัดหาได้ 28,448,000.00 บาท ต่ำกว่าราคากลาง 30,639.67 บาท

หลังปิดการยื่นเสนอราคาวันสุดท้ายในวันที่ 17 มี.ค. 2569 พบว่า วันที่ 19 มี.ค. 2569 บริษัท A ได้นำคนงานพร้อมเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่เพื่อเตรียมก่อสร้าง โดยได้ตัดโค่นต้นตาลประมาณ 47 ต้น พร้อมต้นไม้อื่น ๆ ริมฝั่งถนนขาออกทางด้านทิศใต้ จนชาวบ้านถ่ายรูปนำไปลงโซเชียล ต่อมาเมื่อวันที่ 25-26 มี.ค. 2569 บริษัทดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานของรัฐช่วยกันนำต้นตาลที่ถูกตัดโค่นมาปลูกใหม่ จำนวนกว่า 20 ต้น แต่สุดท้ายต้นตาลเหล่านั้นทยอยแห้งเหี่ยวและตายทีละต้น

สรุปแล้วตายเกลี้ยง! ‘ต้นตาลดาบวิชัย’ ขุดมาตั้งปลูกใหม่กว่า 20 แต่ไปไม่รอดสักต้น

กระทั่งวันที่ 27 มี.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กชื่อ “วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์” ของ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผอ.สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ภาพต้นตาลถูกตัดโค่นลงโซเชียลจนสื่อหลายสำนักนำไปตีแผ่ และเกิดกระแสดราม่าวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ต่อมา วันที่ 1 เม.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “ชมรม STRONG ต้านทุจริตภาคอีสาน” โพสต์ภาพพร้อมข้อความตั้งข้อสังเกต Timeline สุดแปลก ระบุว่าใครสั่งให้เริ่มงานก่อนวันที่ 19 มี.ค. 2569 ทั้งที่ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ รื้อผิวถนน ถางป่า ขุดตอต้นตาล เริ่มงานก่อสร้างก่อนรู้ผลผู้ชนะการเสนอราคา (23 มี.ค. 2569) อีกทั้งยังไม่ได้ทำสัญญาและยังไม่ได้รับการส่งมอบพื้นที่ รวมถึงตั้งคำถามว่า e-bidding ครั้งนี้โปร่งใสจริงหรือไม่

ต่อมา วันที่ 1 เม.ย. 2569 สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท ออกประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างก่อสร้างถนนสาย ศก.3013 แยก ทล.226 – บ้านพิมาย อ.ปรางค์กู่ ระบุเหตุผลว่า “สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้องปรับแก้ไขรูปแบบรายการก่อสร้างและปรับราคากลางใหม่” จึงยกเลิกการประกวดราคา และเตรียมเปิดประกวดราคาใหม่

ต่อมา วันที่ 3 เม.ย. 2569 นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ประธานชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น จ.ศรีสะเกษ ยื่นหนังสือกับ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ และ พ.ต.อ.ขวัญเมือง โกสุมา ผกก.สภ.ปรางค์กู่ เพื่อกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนรายหนึ่งและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีปล่อยให้ผู้ประกอบการเข้าไซต์งานก่อสร้างก่อนทำสัญญาและสร้างความเสียหายต่อถนน รวมถึงประเด็นตรวจสอบการฮั้วประมูล

วันที่ 8 เม.ย. 2569 พ.ต.อ.ขวัญเมือง โกสุมา ผกก.สภ.ปรางค์กู่ เปิดเผยว่า เบื้องต้น แขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่ามีการตัดต้นไม้เท่านั้น แต่ยังไม่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ใด

ล่าสุด วันที่ 9 เม.ย. 2569 นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.ปรางค์กู่ กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างว่าไม่ควบคุมดูแล ปล่อยให้เอกชนทำลายทรัพย์สินราชการ รวมถึงประเด็นฮั้วประมูล

อย่างไรก็ตาม หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดหน่วยงานเจ้าของพื้นที่จึงไม่แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ทำลายพื้นที่จนต้นไม้ หลักกิโลเมตร และพื้นดิน ซึ่งเป็นทรัพย์สินราชการเสียหาย แต่กลับเพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และคดีนี้จะเงียบหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป