เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณา ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา162 โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวชี้แจงว่า ปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็นวิกฤติโลก สงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อม เรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน สิ่งแรกที่รัฐบาลทำคือ ใช้กองทุนพยุงราคาน้ำมัน ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะถูกนำไปใช้ดูแลกลุ่มอื่นๆ อย่าง ค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ที่เพิ่มสูงก็อาจได้รับผลกระทบด้วย
นายเอกนิติ กล่าวว่า ในวันที่ 11 เม.ย.จะประชุมครม. เพื่อดูแลกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มขนส่ง กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรกร เราต้องช่วยให้ตรงกลุ่มตามทรัพยากรที่มีจำกัด ขณะเดียวกันต้องเตรียมเงินดูแลส่วนอื่นๆ หากสงครามยังยืดเยื้อ ถ้าไปใช้เงินทุกบาทช่วยกลุ่มใดโดยเฉพาะ อาจเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจจะนำมาสู่วิกฤติเศรษฐกิจซึ่งเราเคยผ่านเหตุการณ์นั้นในปี 2540 มีคนตกงานจำนวนมากเราจึงต้องป้องกันไม่ให้เจออีกแบบนั้นอีก
รองนายกฯ กล่าวต่อว่า วิกฤติพลังงานครั้งนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายเรื่อง อาทิ 1.วิกฤติความมั่นคงด้านอาหาร ยา เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เพราะไทยเป็นฐานผลิตอาหาร ยารักษาโรค ที่สำคัญมีสมุนไพรที่ดี 2.วิกฤติพลังงาน จะราคาน้ำมันจะไม่ถูกในอีก 1-2ปี หลังจากโครงสร้างพื้นฐานโรงงานผลิตน้ำมันถูกทำลาย จึงต้องเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่องพลังงานมาทดแทนมากขึ้น ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการติดตั้งโซลาเซลล์ เปลี่ยนหลังคาบ้านให้สามารถหารายได้ 3.การใช้เทคโนโลยี และ AI มาใช้พัฒนาคนให้มีความสามารถเพื่อนำมาสู่สร้างงาน มีรายได้ที่มากขึ้น เมื่อคนมีรายได้มากข้นก็จะทำให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจรายได้สูงขึ้น
“ท่านทราบดีว่าวิกฤติครั้งนี้มันอาจจะรุนแรงกว่าที่คิด เราต้องเปลี่ยนวิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาสในระยะสั้นเราต้องร่วมกันช่วยคนที่เดือดร้อนให้ผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ และสามารถเปลี่ยนผ่านเป็นคนที่เก่งขึ้น หารายได้มากขึ้น ดูแลครอบครัววได้ เชื่อว่า ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสมัยใหม่ จะมีรายได้ที่สูงขึ้นประเทศไทยก็จะมีรายได้ที่ดีขึ้น เขาก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมเชื่อว่าเราจะต้องผ่านวิกฤตครั้งนี้ได้ และเราจะต้องช่วยกัน การจะเปลี่ยนผ่านเราต้องปฏิรูป ประเทศให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเราจะต้องทำด้วยกัน แล้วเราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน” นายเอกนิติ กล่าว.



