เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 เม.ย. ที่โรงเรียนนายเรืออากาศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 ว่า ตนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศประจำปีนี้ในค่ำคืนนี้ ก่อนอื่นขอขอบคุณและแสดงความชื่นชมต่อกำลังพลกองทัพอากาศทุกคน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ และยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของชาติ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา กองทัพอากาศได้แสดงบทบาทอย่างโดดเด่นในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลหลายด้าน ทั้งการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ การส่งของบรรเทาทุกข์ การลำเลียงทางการแพทย์ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ และการป้องกันราชอาณาจักร อันเป็นภารกิจที่ทรงคุณค่าและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง

ในการนี้ ตนขอชื่นชมผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ และกำลังพลของกองทัพอากาศทุกนาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ ส่งผลให้กองทัพอากาศไทยเป็นสถาบันที่ประชาชนเชื่อมั่น ศรัทธา และภาคภูมิใจ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่ากองทัพอากาศไทยจะยังคงพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาศักยภาพกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีการบิน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้กองทัพอากาศมีความทันสมัย พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในทุกมิติ นอกจากนี้ การเสริมสร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศ ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับเสถียรภาพและความมั่นคงของไทย รวมทั้งภูมิภาค ซึ่งล้วนก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เนื่องในวันกองทัพอากาศประจำปี 2569 ตนขออำนวยพรให้กำลังพลกองทัพอากาศทุกนาย พร้อมครอบครัว จงประสบแต่ความสุขความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ มีพลังใจที่เข้มแข็ง เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง และประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหมายไว้ทุกประการ

ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนก็เชื่อมั่นในกองทัพของเราทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ตลอดจนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในการตัดสินใจที่สำคัญยิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พอพูดถึงช่วงนี้ นายกรัฐมนตรีเริ่มมีน้ำเสียงสั่นและสะอื้น ก่อนจะกล่าวต่อว่า ตนได้รับคำพูดที่ทำให้กล้าตัดสินใจและสามารถตัดสินใจในสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยของเรา เป็นที่เกรงขามและได้รับชัยชนะในการต่อสู้รักษาบ้านเมืองของเรา ซึ่งเป็นเสียงกระซิบจากผู้บัญชาการทหารอากาศท่านนี้ ส่วนจะกระซิบว่าอะไรก็ขอเก็บเอาไว้ระหว่างสองคน.