เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการจำหน่ายเสื้อผ้าสำหรับเทศกาลสงกรานต์ บริเวณตลาดพัฒนา เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีขนส่งผู้โดยสาร พบว่าบรรยากาศโดยรอบเป็นไปอย่างเงียบเหงา แทบไม่มีประชาชนออกมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้า ทั้งที่ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยพ่อค้าแม่ค้าหลายรายต่างยอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ยอดขายเสื้อสงกรานต์ลดลงอย่างมาก คาดว่าประชาชนอาจเดินทางกลับภูมิลำเนาน้อยลงเพราะน้ำมันแพง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความหวังว่าในช่วง 1–2 วันสุดท้ายก่อนเทศกาลจะมีลูกค้าออกมาจับจ่ายเพิ่มขึ้น

ด้านแม่ค้าร้านจำหน่ายเสื้อสงกรานต์อีกราย เปิดเผยว่า ปีนี้ต้นทุนเสื้อผ้าปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณตัวละ 4–5 บาท ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรับสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่ใช้น้ำมันประมาณ 1,000 กว่าบาทต่อรอบ ปัจจุบันต้องจ่ายสูงถึงกว่า 2,000 บาทต่อรอบ ยอมรับว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ทางร้านยังคงจำหน่ายเสื้อในราคาเดิมอยู่ที่ตัวละ 100–199 บาท เนื่องจากไม่ต้องการปรับขึ้นราคาและเพิ่มภาระให้กับลูกค้า ท่ามกลางกำลังซื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายกิตติธัช รุ่นแรก อายุ 54 ปี เจ้าของร้านขายเสื้อผ้า เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้บรรยากาศการค้าขายค่อนข้างเงียบเหงา เสื้อผ้าลายสงกรานต์ที่เตรียมไว้จำหน่ายยังขายออกได้น้อยมาก ส่วนใหญ่ขายได้เพียง 2–3 ตัวต่อวันเท่านั้น แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน โดยมองว่าสาเหตุอาจมาจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ประชาชนลดการเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้กำลังซื้อหายไป ขณะเดียวกันทางร้านเองก็มีการสต๊อกสินค้าไว้จำนวนมากตามปกติ ทำให้ยิ่งเพิ่มความกังวลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะซบเซา แต่ผู้ค้าส่วนใหญ่ยังคงยืนยันว่าจะพยายามประคับประคองธุรกิจต่อไป พร้อมฝากถึงภาครัฐให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยเพื่อบรรเทาผลกระทบและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลนี้