นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า กสทช.ได้เตรียมนำคลื่นความถี่มาประมูลอีกครั้ง โดย ได้ปรับปรุง โรดแม็พ คลื่นความถี่ และจัดทำหลักเกณฑ์การจัดสรรจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิร์ตซ์  และ 3500 เมกะเฮิร์ตซ์  รวมถึงย่านอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วของเทคโนโลยี 5G ไปสู่ 5.5 G ด้วย หลังจากพบว่า จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 60.94 ล้านคนในปี 67 เป็น 62.11 ล้านคนในปี 69 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 0.64% ต่อปี แม้จำนวนผู้ใช้งานจะไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราสูงมากนัก แต่ปริมาณการใช้งานของผู้บริโภคยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งอินเทอร์เน็ตประจำที่ ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 7.29% ต่อปี และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ภายในประเทศ ซึ่งเติบโตเฉลี่ย 11.06% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการใช้โครงข่ายและบริการดิจิทัลของประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“กสทช.จึงได้เตรียมการประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 70 คือ ย่าน 2100 เมกะเฮิร์ตซ์  ขนาด 2×45 เมกะเฮิร์ตซ์  ,คลื่นความถี่ที่เหลือจากการประมูลครั้งที่ผ่านมา คือ ย่าน 850,1500 และ 1800 เมกะเฮิร์ตซ์  รวมทั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาจำนวนแบนวิดท์ที่เหมาะสมในย่าน 3500 เมกะเฮิร์ตซ์  โดยมีแผนจะจัดสรรภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 69 ถึง ไตรมาสที่ 1 ปี 70 โดยได้นำเสนอต่อที่ประชุมกสทช.ไปเมื่อเร็วๆนี้ และบอร์ดได้ส่งเรื่องให้ คณะอนุกรรมการด้านการแข่งขันและราคาของ กสทช.พิจารณาในรายละเอียดอยู่”

นายสมภพ กล่าวต่อว่า  คลื่นที่ต้องประมูลล่วงหน้าและมีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือใช้อยู่ใน ย่าน 2100 เมกะเฮิร์ตซ์ คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 70 นั้น ซึ่ง เชื่อว่าเอกชนต้องการคลื่นความถี่อย่างแน่นอน เพราะมีอุปกรณ์ต่างๆที่ลงทุนไปแล้ว ไม่เช่นนั้นจำนวนคลื่นที่เอกชนมีจะลดลง ในขณะที่ปริมาณการใช้งานดาค้าเพิ่มขึ้น สำหรับคลื่นความถี่ที่พร้อมจัดสรร และ เหลือจากการประมูลคลื่นครั้งก่อน ประกอบด้วย ย่าน 850 (จำนวน 2×10 เมกะเฮิร์ตซ์ ),1500 (35 เมกะเฮิร์ตซ์ ),1800 (2×35 เมกะเฮิร์ตซ์ ),2100 (15 เมกะเฮิร์ตซ์ )  รวมถึง 2600 เมกะเฮิร์ตซ์  (100 เมกะเฮิร์ตซ์ ) นั้น คาดว่าคลื่น 1500 เมกะเฮิร์ตซ์ จะเป็นคลื่นที่น่าสนใจ เพราะเป็นคลื่นที่สามารถนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มความจุของเครือข่ายและเพิ่มความครอบคลุมในช่วงดาวน์โหลด รองรับการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นทั้งในพื้นที่หนาแน่นและนอกเมือง โดยสามารถนำคลื่น 1500 เมกะเฮิร์ตซ์ รวมกับคลื่นอื่น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับอินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น แม้อยู่ในพื้นที่แออัด มีสัญญาณเสถียรและลดปัญหาเน็ตช้าในช่วงเวลาที่ใช้งานจำนวนมากได้

สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์

ขณะที่คลื่นย่าน 3300-3700 เมกะเฮิร์ตซ์ (400 เมกะเฮิร์ตซ์) จะแบ่งออกมาประมูลสำหรับผู้ให้บริการมือถือรายเดิมส่วนหนึ่ง กับ ผู้เล่นรายใหม่ส่วนหนึ่ง เพื่อให้เกิดการใช้งานในอุตสาหกรรม ซึ่งคลื่นนี้เป็นคลื่นที่เอกชนรอคอยและต้องการให้มีแผนในการประมูลที่ชัดเจน 

ส่วนคลื่นที่อยู่ระหว่างการศึกษา คือ คลื่น 600 เมกะเฮิร์ตซ์ (2×40 เมกะเฮิร์ตซ์) เป็นคลื่นที่ทีวีดิจิทัลใช้อยู่ และ กำลังจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 72 ซึ่ง กสทช.ต้องรอดูโรดแมพของกิจการกระจายเสียงก่อนว่าจะสรุปอย่างไร ซึ่งหากจะนำมาประมูล กสทช.จะนำมาเพียงส่วนหนึ่ง คือ 20 เมกะเฮิร์ตซ์ เท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบกับย่านความถี่ทีวีดิจิทัล ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงเวลาสิ้นสุดการอนุญาตทีวีดิจิทัลในปี 72 อาจจะเหลือผู้ประกอบการในตลาดเพียงไม่กี่ราย