เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงมติ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และส่งคำร้องไปยังศาลฎีกา  กรณี 44 สส.พรรคก้าวไกล  เข้าข่ายผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งคำร้องแจ้งไปถึงการตัดสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต ว่า สิ่งที่ ป.ป.ช.ชี้มูลไม่ได้ดูจากสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ แต่ดูจากเนื้อหาการกระทำว่าบุคคลที่ถูกกล่าวหา หรือถูกร้องมีพฤติกรรมในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร รวมถึงการแสดงออกของบุคคลที่มีตำแหน่งเช่นนี้ ว่าควรจะมีมาตรฐานทางจริยธรรมที่สมควรกระทำหรือไม่สมควรกระทำหรือไม่  โดย ป.ป.ช.ดูจากเนื้อหาการกระทำ

ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ดูถูกต้องหรือไม่ แล้วก็จะมีคำพิพากษาออกมา ซึ่งก็ต้องรอดูคำพิพากษาของศาลฎีกา หลังจากที่ยื่นคำร้องไปเมื่อวานนี้

เมื่อถามว่าได้มีการนำกรณีการแสดงความคิดเห็นหรือการร่วมขึ้นเวทีแสดงความเห็นทางการเมืองต่างๆ ของผู้ถูกร้อง บรรยายคำร้องให้ศาลฎีกาได้พิจารณาด้วยหรือไม่ เลขาฯ ป.ป.ช. กล่าวว่า รวมถึงการแสดงความคิดเห็นและการร่วมขึ้นเวทีแสดงความเห็นทางการเมืองด้วย ยอมรับว่า เนื้อหาต่างๆ ที่ปรากฏตามที่สื่อนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการของศาลเมื่อวานนี้ เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งที่อยู่ในคำบรรยายฟ้อง ที่ ป.ป.ช .ได้ส่งต่อศาลฎีกา 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดต้องมายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในช่วงที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลเนื่องจาก 10 สส.พรรคประชาชน  ต้องปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบนโยบายรัฐบาล   นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ถ้าติดตามการทำงานของ ป.ป.ช.เป็นระยะ  จะเห็นว่าป.ป.ช.มีไทม์ไลน์ทุกเรื่อง โดยเฉพาะคดีสำคัญๆ แต่คดีนี้มีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาเป็นระยะๆ ทำให้กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.เคลื่อนหรือล่าช้าออกไป มาประจวบเหมาะกับไทม์ไลน์ทางการเมือง ที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา

“การไปยื่นเมื่อวันที่ 9 เม.ย. เนื่องจากกระบวนการยื่นคำร้อง มีเอกสารจำนวนมาก  ส่วนที่สื่อมวลชนสอบถามว่าเหตุใดต้องมีการถ่ายเอกสารเป็นจำนวนถึง 200 ลัง หรือหมื่นๆ แผ่นให้กับศาลนั้น  เนื่องจากเป็นเรื่องรายละเอียดของศาล และการจะยื่นเอกสารคำร้องไปยังศาล จำเป็นจะต้องมีการประสานกับทางศาลล่วงหน้า ซึ่งเป็นเรื่องทางธุรการ

ไทม์ไลน์มันจะอยู่พอดีกับเรื่องทางการเมือง แต่ขอเรียนว่าการยื่นคำร้องเป็นเรื่องทางธุรการ ที่เราเอาคำร้องไปยื่นต่อศาล ซึ่งศาลท่านต้องมีกระบวนการตรวจสอบคำร้อง ก่อนมีคำสั่งว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ รวมถึงคำสั่งให้ทั้ง 10 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่” นายสุรพงษ์ กล่าว