เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร – Veerayooth Kanchoochat” ว่า ในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีวันแรก (9 เม.ย.) ต้องชื่นชมนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ที่อยู่รับฟังการอภิปรายโดยตลอด ในขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นเดินทางกลับพร้อมนายกฯ อย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากนั้นในช่วงค่ำ นางศุภจีลุกขึ้นชี้แจงแนวทางดูแลค่าครองชีพและสินค้าเกษตร ผ่านโครงการอย่าง “ไทยช่วยไทย” ที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกได้มากกว่า 3,000 รายการ, รถพุ่มพวงเพื่อเข้าถึงชุมชนห่างไกล รวมถึงการส่งผลผลิตการเกษตรไปยังตลาดนัด 1,000 แห่งทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีความคลุมเครือเรื่องการจัดการปัญหาปุ๋ยขาดและราคามะพร้าวที่เป็นปัญหาเดือดร้อนรุนแรงของเกษตรกรในขณะนี้ จึงมีข้อเสนอต่อนางศุภจี 2 ข้อ ดังนี้
1. เปิดเผยราคาและปริมาณปุ๋ย ป้องกันไอ้โม่งกักตุน ในหลายพื้นที่พบสถานการณ์ปุ๋ยยูเรียขาดตลาดแล้ว แต่เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม การมีปุ๋ยไว้ในครอบครองมากกว่า 100 ตัน ต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ จะขอขึ้นราคาก็ต้องแจ้ง กระทรวงพาณิชย์จึงควรใช้อำนาจตรวจสอบและเปิดเผยปริมาณและราคาปุ๋ยสูตรต่างๆ ที่กระจายอยู่ในแต่ละจังหวัด ให้เกษตรกรในพื้นที่ทราบ เพื่อช่วยกำกับดูแลการขายปุ๋ยหน้างานที่มักมีราคาเกินกว่าที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด นอกจากนี้ ยังควรเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าของปุ๋ยที่กำลังจะเข้ามาด้วย หากไม่เปิดเผยข้อมูลปริมาณและราคาปุ๋ยตั้งแต่วันนี้ จะสร้างความเสี่ยงให้เกิด “ไอ้โม่งปุ๋ย” ที่ลักลอบกักตุนหรือเก็งกำไรซ้ำรอยไอ้โม่งน้ำมัน เพราะความต้องการปุ๋ยกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ
2. ใช้ราคามะพร้าวจริงหน้าตลาด เดินหน้าแก้ปัญหาล้ง ในกรณีมะพร้าวน้ำหอม นางศุภจีใช้ข้อมูลราคาที่ได้รับจากการโทรฯ ถามทีมงาน (7.00 บาทต่อผล) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่างจากของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (เช่น 3.7 บาทต่อผล ที่ จ.ราชบุรี) กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรประมวลผลราคาหน้าสวนเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์จนกว่าปัญหาจะคลี่คลาย
ด้านการจัดทำ “ล้งกลาง” หากจะเปลี่ยนเป็น “ล้งชุมชน” แทนดังที่มีการชี้แจง ก็อยากให้กระทรวงพาณิชย์อธิบายเพิ่มเติมว่าล้งชุมชนมีโมเดลธุรกิจอย่างไร จัดตั้งกี่แห่ง ผู้ปลูกมะพร้าวจะเข้าร่วมอย่างไร เพราะต้องจัดการกับปริมาณมะพร้าว 2 ล้านผลต่อวันโดยเร่งด่วน.



