เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 กรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณี เว็บไซต์ข่าวเผยแพร่ข่าว นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และ 2 ผู้เชี่ยวชาญไอที (นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธุ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์) แฉข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกขายในตลาดมืด ความว่า “ข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ปกติ คนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ แต่วันนี้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้แล้ว และมีคนเอาไปขายในตลาดมืดมานานแล้ว โดยรั่วไหลมาจากระบบการตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครอง เป็นเวลานานกว่า 3 สัปดาห์ ก่อนที่กรมการปกครองจะทำการแก้ไขเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569”

กรมการปกครองยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. รั่วไหลจากระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด ระบบดังกล่าวได้กำหนดให้ผู้ใช้งานต้องกรอกเลขประจำตัวประชาชนจึงจะสามารถตรวจสอบข้อมูล ชื่อตัว (ไม่มีนามสกุล) สถานที่/หน่วยเลือกตั้ง และลำดับที่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสส. ได้ ซึ่งบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ชุดปิดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง) มิได้ระบุเลขประจำตัวประชาชนไว้ จึงไม่อาจมีกรณีที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจะใช้ใบรายชื่อดังกล่าวมาตรวจสอบกับระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. ได้

ประกอบกับได้ตรวจสอบบันทึกการเข้าถึงข้อมูล ไม่พบว่ามีการสุ่มเลขประจำตัวประชาชนกับระบบตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของกรมการปกครองแต่อย่างใด

ดังนั้น ตามที่มีการกล่าวอ้างถึงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านรายชื่อ ที่อยู่ในความดูแลของกรมการปกครองมีการรั่วไหลออกไปและมีการเจาะระบบกรมการปกครอง จึงเป็นข้อมูลที่คาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานแกล้งบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มาตรา 328 และมาตรา 384 และความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และกรมการปกครองจะได้พิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยงข้องต่อไป