เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา มอบหนังสือวาระนโยบายจากภาคประชาชนให้กับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ( อว.)
โดยนายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า กมธ. ร่วมกับ The Active (ดิ แอคทีฟ) และอีกหลายองค์กรได้จัดทำนโยบายตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งเราพยายามกลับหัวการออกนโยบาย ที่ปกติประชาชนจะได้ฟังนโยบายจากภาครัฐ พรรคการเมือง หรือรัฐบาลที่กำหนดนโยบายต่างๆ แต่เราอยากจะกลับหัวให้ภาคประชาชน หรือนักวิชาการที่ประสบปัญหามานำเสนอในเชิงนโยบายต่อฝ่ายบริหาร โดยข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอแก้วิกฤติต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ คอร์รัปชัน หรือโครงสร้างทางการเมือง จึงนำมายื่นให้กับทั้ง 2 ท่านซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาล
“หวังว่า ข้อเสนอจากภาคประชาชนจะเป็นประโยชน์ให้ทางรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ ซึ่งจริงๆ แล้วการแก้ปัญหาของประชาชนไม่ใช่ภาระหน้าที่ใครคนใดคนหนึ่งทำได้โดยคนเดียว ก็ต้องหวังพึ่งรัฐบาลชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รับข้อเสนอของภาคประชาชน อย่างน้อยครั้งนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลพิจารณาข้อเสนอของประชาชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน นำเสนอนโยบายให้กับภาคบริหาร”

ด้านนางศุภจี กล่าวว่า ต้องขอบคุณ นายนรเศรษฐ์ ที่ให้เรามามีโอกาสรับข้อเสนอ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการกำหนดนโยบายซึ่งข้อเสนอในหนังสือดังกล่าวมีทั้งหมด 10 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้าง การเมือง การดูแลทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม กฎระเบียบต่างๆ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการนำนโยบายนี้ตอบโจทย์กับประชาชนได้ ซึ่งคงไม่ใช่เฉพาะตัวนางศุภจี หรือนายยศชนัน ที่สามารถทำได้ทุกเรื่อง เพราะเท่าที่ดูคร่าวๆ มีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง มีทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะต้องเชื่อมกันด้วย เพราะฉะนั้นถือโอกาสได้รับมอบ และจะส่งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เอาเสียงของภาคประชาชน มาพิจารณาและทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ขณะที่ นายยศชนัน กล่าวเสริมว่า วาระการศึกษาและพัฒนาทุนมนุษย์ ถ้าอยู่ในขอบข่ายที่เรารับผิดชอบจะเป็นสิ่งที่เป็นเสียงของประชาชน เวลาที่เราดำเนินเรื่องของนโยบายเราจะมาดูว่าเราได้ตอบโจทย์ครบหรือยัง ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี แน่นอนว่า เราลงพื้นที่อยู่แล้ว เราฟังเสียงจาก สส. ซึ่งข้อเสนอนี้เป็นอีกหนึ่งเสียงที่มีการทำเวิร์กช็อปกันมาก็จะเป็นสิ่งดีสำหรับรัฐบาล

นายยศชนัน ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกันว่า ช่วงนี้ทำงานต้องเจอ ต้องคุยกัน เดี๋ยวจะมีการนัดหารือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา โดยต้องขอความร่วมมือจากนางศุภจี จะทำในลักษณะเดียวกับที่ไปพูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศ จะทำไปทีละเรื่อง หารือไปทีละกระทรวง
ขณะที่นางศุภจี กล่าวว่า ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว และทางเราต้องไปขอความช่วยเหลือมากกว่า เพราะหลายเรื่องที่จะทำมีการเอางานวิจัย และงานพัฒนา นายยศชนันมีความเชี่ยวชาญ ดูแลในด้านนี้มาต่อยอดการผลิต ทำให้สินค้ามีมูลค่าสูงขึ้น ที่คุยกันล่าสุดคือเรื่องของเม็ดพลาสติกที่จะทำอย่างไรให้ใช้ได้โดยไม่ขาดแคลน เราไม่ได้สนใจว่าใครอยู่ตรงไหน แต่จะทำอย่างไรให้เกิดผลสำเร็จ



