สังคมไทยเคยเผชิญมาตรการ “จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน” ย้อนไปเมื่อไป 53 ปีที่แล้ว ในยุคจอมพลถนอม กิตติขจร ปีพ.ศ. 2516 ประเทศไทยเคยใช้มาตรการนี้ครั้งแรก รับมือวิกฤตน้ำมันโลก เหตุการณ์ในครั้งนั้น เกิดสงครามเดือนตุลาคม, หรือสงครามรอมฎอน เมื่ออียิปต์และซีเรีย โจมตีอิสราเอล กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอาหรับ (OPEC) ประกาศคว่ำบาตรการขนส่งน้ำมันไปยังประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล ส่งผลให้เกิดวิกฤตน้ำมันทั่วโลก

ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นจาก 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นเกือบ 12 ดอลลาร์สหรัฐ ในตอนนั้นประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันนำเข้าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์  จนรัฐบาลต้องประกาศ   พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516

นอกจากมีคำสั่งปิดปั๊มน้ำมันในยุคนั้นยัง “ห้ามเปิดไฟป้ายโฆษณา” และ “ปิดสถานีโทรทัศน์เร็วขึ้น” เพื่อประหยัดไฟฟ้าที่ผลิตจากน้ำมันเตา

ต่อมาสมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ระหว่างปี พ.ศ. 2522- 2524 ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดสงครามอิหร่าน-อิรัก พ.ศ. 2523 สงครามครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายพยายามโจมตีเรือขนส่งน้ำมันของฝ่ายตรงข้ามในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตัดรายได้หลักที่จะนำมาใช้ในสงครามทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 30 – 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมี  สงครามเคมี (Chemical Warfare) โดยอิรักใช้ก๊าซพิษ เช่น ก๊าซมัสตาร์ดและก๊าซประสาท เพื่อสกัดการบุกแบบคลื่นมนุษย์ของอิหร่าน ถือเป็นหนึ่งในการใช้อาวุธเคมีครั้งใหญ่ที่สุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

นับเป็นสถานการณ์วิกฤตน้ำมันในครั้งที่ 2 รัฐบาลต้องสั่งปิดสถานีบริการน้ำมันตั้งแต่เวลาช่วงเย็นเพื่อลดภาระการนำเข้าน้ำมันดิบควบคู่กับมาตรการสั่งปิดสถานบันเทิง และสถานีโทรทัศน์ต้องหยุดแพร่ภาพในช่วงเวลาที่มีเรตติ้งของผู้ชมอย่างสูงสุด

สำหรับมาตรการปิดปั๊มในครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ในปี พ.ศ. 2548 ช่วงนั้นราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้ในจีนและอินเดียเพิ่มขึ้น มาตรการปิดปั๊มตอน 4 ทุ่มถูกนำกลับมาใช้ควบคู่กับการรณรงค์ให้ข้าราชการ “ถอดสูท” ทำงาน เพื่อประหยัดค่าไฟ

วิกฤตพลังงานในปีพ.ศ. 2569 ระหว่างสงครามสหรัฐและอิหร่าน ปิดช่องแคบเฮอร์มุซ  จนทำให้ ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 110-116 เหรียญดอลาร์สหรัฐ ต่อบาเรล จากเดิมที่อยู่ที่ระดับอยู่ที่ 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล ส่งผลให้น้ำมันดีเซลขยับขึ้นไปที่ลิตรละ 50 บาท ขณะที่ก่อนสงคราม คนไทยจ่ายค่าเติมน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละไม่เกิน 30 บาท

“รัฐบาลอนุทิน”เริ่มต้นด้วยการขอความร่วมมือให้หน่วยงานราชการและเอกชนทำงานที่บ้าน หรือใช้มาตรการ เวริ์กฟอร์มโฮม หลังจากคนไทยเคยคุ้นชินแล้วในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด และถอดสูท  ใช้ขนส่งสาธารณะ และหลังเทศกาลสงกรานต์วันที่ 20  เม.ย. เตรียมคลอดมาตรการปิดปั๊มแค่ครึ่งหนึ่ง โดยขายเฉพาะน้ำมันที่มีส่วนผสมของพลังงานทางเลือกอย่าง ดีเซล B20 และ แก๊สโซฮอล์ E20 เท่านั้น ส่วนน้ำมันชนิดอื่นไม่ขายหลังจาก 4 ทุ่มเป็นต้นไป

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลราคาสินค้าปรับสูงขึ้น หลายคนไม่อยากให้เงินจากกระเป๋าหายมากไปกว่าเดิม การขับขี่เพื่อประหยัดน้ำมัน จึงเป็นเรื่องที่ตระหนักไม่ว่าในวิกฤตหรือไม่วิกฤตพลังงานก็ตาม ซึ่ง 10 ทริกการขับขี่ง่ายๆมีดังนี้

  1. วางแผนก่อนเดินทางเพื่อเลี่ยงรถติด
  2. ไม่อุ่นเครื่องยนต์แต่ใช้วิธีออกรถช้าๆ แทน
  3. ขับด้วยความเร็วคงที่ 90 กม./ชม. ซึ่งประหยัดที่สุด
  4. ไม่เลี้ยงคลัตช์ในขณะขับขี่
  5. ถอนคันเร่งก่อนถึงไฟแดง
  6. ใช้เกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็วรอบ
  7. ดับเครื่องยนต์เมื่อต้องจอดนานๆ
  8. ปิดแอร์ก่อนถึงที่หมาย 2-3 นาที
  9. ไม่บรรทุกของเกินความจำเป็นเพื่อลดน้ำหนักรถ
  10. ใช้ทางเดียวกันไปด้วยกันในลักษณะ Carpool