สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่าเครื่องมือ “CAPE” หรือเคป จะเป็นศูนย์รวมระบบบริหารจัดการและการประมวลผลเอกสาร (Consolidated Administration and Processing of Entries) ของซีบีพี ซึ่งจะประมวลผลรายการนำเข้าที่ไม่ซับซ้อน และเพิ่งผ่านมาไม่นาน ขณะที่กระบวนการขอคืนภาษีที่ซับซ้อนกว่า จะถูกดำเนินการในภายหลัง

ก่อนหน้านั้น ในเดือน มี.ค. ศาลการค้าระหว่างประเทศได้สั่งให้รัฐบาลกลาง คืนเงินมากถึง 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.4 ล้านล้านบาท) พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่ผู้นำเข้าที่ชำระภาษีดังกล่าวประมาณ 330,000 ราย

นับตั้งแต่นั้นมา ซีบีพีได้คอยให้ข้อมูลต่อศาล เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาเครื่องมือ “เคป” โดยซีบีพีมีแผนที่จะนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ ผ่านแนวทางการพัฒนาแบบเป็นขั้นตอน และจะเพิ่มฟังก์ชันการทำงานต่อ ๆ ไปในอนาคต สำหรับสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น

ในระยะแรก ระบบของเคปจะจำกัดเฉพาะสินค้าที่ยังไม่ได้ชำระภาษีบางรายการ และสินค้าบางรายการภายใน 80 วันก่อนการชำระภาษี ขณะที่การยื่นขอคืนภาษีจะจำกัดเฉพาะผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ หรือตัวแทนศุลกากร โดยผู้ยื่นต้องมีบัญชีที่ตั้งค่าไว้แล้วในระบบศุลกากรดิจิทัลของซีบีพี “Automated Commercial Environment” หรือเอซ

นอกจากนั้น ผู้นำเข้าต้องลงทะเบียนรายละเอียดบัญชีธนาคารของตนในเอซ เพื่อรับเงินคืนทางดิจิทัลด้วย.

เครดิตภาพ : AFP