สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่าเครื่องมือ “CAPE” หรือเคป จะเป็นศูนย์รวมระบบบริหารจัดการและการประมวลผลเอกสาร (Consolidated Administration and Processing of Entries) ของซีบีพี ซึ่งจะประมวลผลรายการนำเข้าที่ไม่ซับซ้อน และเพิ่งผ่านมาไม่นาน ขณะที่กระบวนการขอคืนภาษีที่ซับซ้อนกว่า จะถูกดำเนินการในภายหลัง
On April 20, @CBP will launch the first phase of the Consolidated Administration and Processing of Entries (CAPE). CAPE will automate and simplify the process for requesting and receiving IEEPA refunds.
— CBP Office of Trade (@CBPTradeGov) April 10, 2026
Importers and brokers – here’s what you need to know to be prepared:… pic.twitter.com/qnCNrW4Ziq
ก่อนหน้านั้น ในเดือน มี.ค. ศาลการค้าระหว่างประเทศได้สั่งให้รัฐบาลกลาง คืนเงินมากถึง 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.4 ล้านล้านบาท) พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่ผู้นำเข้าที่ชำระภาษีดังกล่าวประมาณ 330,000 ราย
นับตั้งแต่นั้นมา ซีบีพีได้คอยให้ข้อมูลต่อศาล เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาเครื่องมือ “เคป” โดยซีบีพีมีแผนที่จะนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ ผ่านแนวทางการพัฒนาแบบเป็นขั้นตอน และจะเพิ่มฟังก์ชันการทำงานต่อ ๆ ไปในอนาคต สำหรับสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
US tariff refund process to begin April 20 after top court’s decision https://t.co/OzAIIefi1L
— The Straits Times (@straits_times) April 11, 2026
ในระยะแรก ระบบของเคปจะจำกัดเฉพาะสินค้าที่ยังไม่ได้ชำระภาษีบางรายการ และสินค้าบางรายการภายใน 80 วันก่อนการชำระภาษี ขณะที่การยื่นขอคืนภาษีจะจำกัดเฉพาะผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ หรือตัวแทนศุลกากร โดยผู้ยื่นต้องมีบัญชีที่ตั้งค่าไว้แล้วในระบบศุลกากรดิจิทัลของซีบีพี “Automated Commercial Environment” หรือเอซ
นอกจากนั้น ผู้นำเข้าต้องลงทะเบียนรายละเอียดบัญชีธนาคารของตนในเอซ เพื่อรับเงินคืนทางดิจิทัลด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



