สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า รองประธานาธิบดีเจ.ดี.แวนซ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการของฟ็อกซ์นิวส์ เกี่ยวกับการเจรจามาราธอนกับอิหร่าน ที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า “เราได้รับความรู้บางอย่างเกี่ยวกับวิธีการที่อิหร่านใช้ในการเจรจา และนี่คือสาเหตุหลักที่เราออกจากปากีสถาน เพราะสิ่งที่เราพบคือ ทีมที่อยู่ที่นั่นไม่สามารถตัดสินใจทำข้อตกลงได้ และพวกเขาต้องกลับไปยังกรุงเตหะราน เพื่อขออนุมัติเงื่อนไขที่เรากำหนดไว้ ไม่ว่าจะจากผู้นำสูงสุดหรือใครก็ตาม”
"I think it was the first time that you'd ever seen the Iranian government, the U.S. government meet at such a high level, maybe in the history of the current leadership of Iran. So that's, I think, a positive—and again, we did make some progress in the negotiation," says @VP.… pic.twitter.com/PGN6tNZag8
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 13, 2026
แม้แวนซ์กล่าวว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้นบ้าง” ระหว่างการเจรจาครั้งนี้ แต่ยังไม่เพียงพอในประเด็นเกี่ยวกับกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน และการสร้างความมั่นใจว่า รัฐบาลเตหะรานจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้
.@VP: "I 100% agree with @POTUS on the fact that Iran can't have a nuclear weapon… If they're willing to engage in economic terrorism on the entire world, what would it mean — what leverage would they have — if they had a nuclear bomb in Tehran?" pic.twitter.com/MwpVDpEob9
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 13, 2026
ขณะเดียวกัน แวนซ์ยืนยันว่า สหรัฐ “ต้องได้รับพันธสัญญาที่เด็ดขาดจากอิหร่าน ว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และหากอิหร่านพร้อมที่จะตกลงด้วยในจุดนี้ มันจะเป็นข้อตกลงที่ดีมากสำหรับทั้งสองประเทศ แต่ถ้าพวกเขาไม่พร้อม นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขา”
ทั้งนี้ รองผู้นำสหรัฐ “โยนภาระ” ให้อิหร่านเป็นฝ่ายกลับมาที่โต๊ะเจรจาเอง “ผมเชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่ได้ แต่มันขึ้นอยู่กับอิหร่านแล้ว ที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก้าวในขั้นต่อไป”.
เครดิตภาพ : REUTERS



