สถานการณ์ราคาพลังงานของโลก จากสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ราคาเริ่มปรับตัวลดลง หลังจากเริ่มมีการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แต่ล่าสุดหลังจากผลการเจรจายังไม่เป็นผล ล่าสุด “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ ได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐ ที่ไปประจำการในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ บังคับใช้การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซทันที หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านในปากีสถานสิ้นสุดลง โดยไม่มีข้อตกลง

ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างพากันวิตกกังวลว่า ราคาน้ำมัน จะกลับมาดีดแรงอีกครั้ง เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ล่าสุดสถานการณ์ราคาน้ำมันล่าสุดของไทย เมื่อเทียบกับอาเซียน ณ วันที่ 13 เม.ย.  

ราคาน้ำมันไทย แก๊สโซฮอล์ 95 (สัดส่วนการใช้มากที่สุด) ลิตรละ 42.95 บาท อยู่ในอันดับ 6 แพงกว่าอีก 4 ประเทศ คือ

มาเลเซีย ราคาลิตรละ 34.61 บาท    

เวียดนาม ราคาลิตรละ 28.72 บาท   

อินโดนีเซีย ราคาลิตรละ 24.35 บาท    

บรูไน ราคาลิตรละ 13.39 บาท     

ส่วนราคาน้ำมันดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 44.40 บาท อยู่ในอันดับ 7 ยังแพงกว่า

เวียดนาม ราคาลิตรละ 41.15 บาท    

อินโดนีเซีย ราคาลิตรละ 26.80 บาท    

บรูไน ราคาลิตรละ 7.83 บาท       

สำหรับราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศ มีปัจจัยทางด้านราคา ดังนี้

1.แต่ละประเทศมีมาตรการภาษี และระบบการเก็บเงินเข้ากองทุนหรืออุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน

2.ในหลายประเทศเพื่อนบ้านยังมีการอุดหนุนราคากันอยู่

3.ประเทศไทยสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ให้การอุดหนุนราคาโดยกองทุนน้ำมันฯ จึงทำให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซิน

4.สาเหตุที่บรูไน ราคาน้ำมันถูกมาก ถูกที่สุดในอาเซียน เนื่องจากบรูไน เป็นประเทศที่ผลิต และส่งออกน้ำมันรายใหญ่ มีประชากรน้อย ใช้ต่ำกว่าที่ผลิตได้เยอะ ที่สำคัญรัฐบาลได้นำรายได้จากส่งออกมาอุดหนุนราคาน้ำมันในประเทศ และไม่มีการเก็บภาษีน้ำมันในอัตราที่สูง