เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร (รอง ผบ.ตร.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยก่อนเริ่มเดินตรวจการณ์บริเวณถนนข้าวสาร ได้มีการร่วมประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์จาก พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน.ชนะสงคราม ถึงภาพรวมการจัดกิจกรรมในพื้นที่

พ.ต.อ.นิพนธ์ รายงานว่า สถิติประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมสงกรานต์ถนนข้าวสารเมื่อวานนี้ (13 เม.ย.) มีจำนวนทั้งสิ้น 76,000 คน โดยคำนวณตั้งแต่เวลา 12.00 น. จนถึง 22.00 น. ซึ่งช่วงที่มีความหนาแน่นสูงสุด มีประชาชนใช้บริการพร้อมกันกว่า 30,000 คน ถือว่าพื้นที่ถนนข้าวสารยังคงสามารถรองรับได้

ทั้งนี้จากการประเมินพบว่ายอดนักท่องเที่ยวและยอดจองโรงแรมลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 30% ซึ่งเดิมมียอดเฉลี่ย 100,000 คนต่อวัน สอดคล้องกับตัวเลข 76,000 คนในวันแรกที่ประเมินไว้ โดยทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการประชุมนำผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา และวันก่อนหน้ามาปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่อง เพื่อให้มาตรการรักษาความปลอดภัยรัดกุมและต่อเนื่องยิ่งขึ้น

สำหรับการวางกำลังดูแลพื้นที่จัดงานซึ่งมีถนนรวม 8 เส้นทางนั้น ได้มีการแบ่งโซนจุดคัดกรองเพื่อป้องกันเหตุ และติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบจำนวน 66 ตัว ซึ่งรวมถึงกล้องระบบ AI ที่สามารถตรวจจับบุคคลที่มีหมายจับหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงก่อเหตุอาชญากรรม โดยเฉพาะกลุ่มมิจฉาชีพแก๊งล้วงกระเป๋า ซึ่งเมื่อวานนี้สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้แล้ว 1 ราย และตรวจพบผู้ต้องสงสัยอีก 2 รายที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจประมาณหนึ่งกองร้อยต่อวัน พร้อมทั้งจัดทำเส้นทาง “เซอร์วิสเลน” (Service Lane) เพื่อให้รถฉุกเฉินและรถพยาบาลสามารถเข้า-ออกพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปีนี้ถือว่าปฏิบัติได้ผลดีกว่าปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยีโดรนขึ้นบินทุก 1 ชั่วโมง เพื่อถ่ายภาพวิดีโอประเมินความหนาแน่นของมวลชนในพื้นที่แบบเรียลไทม์ นอกจากมาตรการเฝ้าระวังแล้ว สน.ชนะสงคราม ยังได้ติดตั้งลำโพงประชาสัมพันธ์รวม 24 ตัว ตลอดแนวถนนข้าวสาร โดยมีจุดควบคุมอยู่ที่ชั้น 4 ของสถานีตำรวจ เพื่อสื่อสารแจ้งเตือนประชาชนหรือขอความร่วมมือจากสถานประกอบการให้เบาเสียงเพลงในกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ฉุกเฉิน

ส่วนการจัดการจราจรได้มีการปิดการจราจรทั้งหมด 9 จุด ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 22.00 น. แม้ข้อบังคับจะครอบคลุมถึงเวลา 24.00 น. แต่จะเปิดให้สัญจรปกติหลังยุติกิจกรรมในเวลา 22.00 น. เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก พร้อมจัดจุดจอดรถจักรยานยนต์บริเวณฟุตปาธถนนราชดำเนินรองรับได้ 900 คัน และรถยนต์ที่ถนนอัษฎางค์อีกประมาณ 100 คัน โดยภาพรวมใช้กำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานรวม 625 นายต่อวัน

ทางด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ภาพรวมความเรียบร้อยที่ถนนข้าวสารในวันแรกถือว่าน่าพึงพอใจ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง มีเพียงคดีทั่วไปเล็กน้อยและการจับกุมผู้กระทำผิดที่ตรวจพบจากระบบเฝ้าระวัง ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการบริหารจัดการเส้นทางฉุกเฉินเพื่อให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวที่ลดลงประมาณ 30% นั้น คาดว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ในปีนี้มีการงดจัดงานที่บริเวณสนามหลวงด้วย

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังไม่พบเหตุการณ์ล่วงละเมิดหรือเหตุที่น่ากังวลสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่อาจมีการฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดตั้งแต่จุดคัดกรอง โดยประชาสัมพันธ์ห้ามใช้แป้ง ห้ามใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และเน้นย้ำเรื่องการห้ามล่วงละเมิดต่าง ๆ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยร่วมกับนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด จึงขอเชิญชวนประชาชนมาท่องเที่ยวสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารได้อย่างสบายใจ ภายใต้มาตรการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มกำลังและต่อเนื่องทุกวันจนจบเทศกาล โดยจะมีการประเมินสถานการณ์และทดสอบระบบสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา