เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายแสงสรี ซองทอง หน.อุทยานเพลงชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จ.ตรัง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ทำการสำรวจติดตามประชากรและพฤติกรรมของฉลามครีบดำ ภายใต้โครงการสำรวจจำนวนและพฤติกรรมตามธรรมชาติของฉลามครีบดำ ที่บริเวณอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 2-9 เมษายน ที่ผ่านมา
จากการบินโดรนสำรวจ 17 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 7 วัน พบว่าช่วงเวลาเช้าเป็นช่วงที่พบฉลามมากที่สุด เฉลี่ยกว่า 98-120 ตัว ช่วงเที่ยง และช่วงเย็นพบประชากรฉลามเฉลี่ยกว่า 60 ตัว พบจำนวนฉลามสูงสุดในช่วงเช้าของวันที่ 3 เม.ย. 69 โดยสามารถนับได้มากถึง 128 ตัว ซึ่งถือเป็นค่าสูงสุดของชุดข้อมูลในการสำรวจครั้งนี้

การสำรวจครั้งนี้ยังพบเห็นพฤติกรรมการเกาะกลุ่มกันของฉลามครีบดำระยะวัยอ่อนที่มีมากถึง 24-25 ตัว และฉลามครีบดำระยะตัวเต็มวัยที่มีมากถึง 19-25 ตัว ว่ายบริเวณหน้าหาดใกล้ชายฝั่งมากเพื่อไล่ล่าเหยื่อในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฉลามออกหากินและไม่มีการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่วนช่วงเวลากลางวันพบว่าฉลามส่วนใหญ่ว่ายทวนด้านซ้ายและด้านขวาของอ่าวมาหยา โดยเฉพาะบริเวณที่มีร่มเงา
จากการติดตั้งกล้องบันทึกภาพใต้น้ำพบว่าฉลามที่ตอบสนองต่อเหยื่อล่อส่วนใหญ่เป็นฉลามครีบดำระยะวัยอ่อน โดยมีพฤติกรรมจู่โจมเหยื่อรุนแรงในช่วงกลางวัน และจู่โจมเหยื่อบ้างแต่ไม่รุนแรงในช่วงเช้าและช่วงค่ำ โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะนำไปทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกต่อไป

นายแสงสุรี ซองทอง หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เปิดเผยอีกว่า ประชากรฉลามครีบดำ อ่าวมาหยาเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในช่วง 2 ปี จากความมุ่งมั่นอนุรักษ์ และคุ้มครองแหล่งที่อยู่อาศัย การพบฉลามครีบดำจำนวนมากเป็นสัญญาณชัดเจนของความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล และความสำเร็จของมาตรการอนุรักษ์ ฉลามครีบดำไม่ใช่สัตว์อันตรายต่อมนุษย์ และเป็นดัชนีชี้วัดคุณภาพของท้องทะเลไทยอ่าวมาหยาได้ฟื้นตัวเต็มที่ และทำหน้าที่เป็น “แหล่งอนุบาลสัตว์ทะเล” ที่สำคัญข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อศึกษาพฤติกรรม การใช้พื้นที่ตามฤดูกาล และพัฒนาแนวทางจัดการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ในระยะยาวต่อไป



