เมื่อวันที่ 16 เม.ย. บรรยากาศงานเทศกาลมหาสงกรานต์ บริเวณหาดทรายแก้ว วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 เม.ย.) ซึ่งเป็นคืนสุดท้าย นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธาน โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมด้วย
สำหรับกิจกรรมหลักวันสุดท้ายประกอบด้วย การแห่นางดาน (จำลอง) พิธีรับเจ้าเมืองใหม่ และการประกอบพิธีกวนหรือหัวนะโม แบบฉบับโบราณ โดยคณะเกจิอาจารย์ชื่อดังในจังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ นำโดยพระเทพสิริวชิรเวที เจ้าคณะภาค 16 (ธรรมยุติ) พร้อมคณะพราหมณ์จอมขมังเวทย์กว่า 10 สำนัก ท่ามกลางนักท่องเที่ยวและประชาชนจากทั่วประเทศกว่า 1.5 หมื่นคนเดินทางมาร่วมกิจกรรมเพื่อร่วมรับหัวนะโมจากการโปรยหว่านหลังเสร็จพิธี ซึ่งมีการโปรยหว่านหัวนะโม รุ่น พระบรมธาตุมรดกโลกที่จัดสร้างระหว่างปี 2562-2568 ระหว่างการจัดกิจกรรมทุกคืนตั้งแต่คืนวันที่ 11-14 เม.ย. คืนละ 2,000 หัว แต่ในคืนสุดท้ายกำหนดนำหัวนะโม ที่เพิ่งจัดสร้างและประกอบพิธีหุงหรือกวนพร้อมประกอบพิธีมหาพุทธา-เทวาภิเษกเสร็จสิ้นจำนวน 15,000 หัวโปรยหว่าน

หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมพระเทพสิริวชิรเวที ได้ขึ้นเครนรถกระเช้าของการไฟฟ้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำการโปรยหว่านหัวนะโมในรอบแรก 7,500 หัวลงบนพื้นทรายหาดทรายแก้วหน้าองค์พระบรมธาตุเจดีย์ โดยนักท่องเทียวและประชาชนกรูกันเข้าไปแย่งชิงหัวนะโมกันชุลมุนวุ่นวาย และเกรงว่าจะเกิดการเหยียบกันได้รับบาดเจ็บเลือดตกยางออก จึงต้องประกาศยุติการโปรยหว่านในรอบแรก และประกาศว่านายมีเกียรติ อ้นทอง ประธานแห่งเรียนรู้บาพระบรมธาตุเจดีย์ จะหัวนะโมบางส่วนประมาณ 4,000-5,000 หัวไปโปรยหว่านบริเวณลานทราบหน้าพระวิหารหลวง เพื่อแบ่งจำนวนคนที่แน่นขนัดไปยังจุดดังกล่าว มีนักท่องเที่ยวและประชาชนแห่ตามไปประมาณ 5,000 คน

จากนั้น นายมีเกียรติ อ้นทอง ได้กลับมาขึ้นกระเช้าโปรยหว่านหัวนะโมที่เหลือประมาณ 3,000 หัวบริเวณหาดทรายแก้ว ท่ามกลางนักท่องเที่ยวและประชาชนกรูกันเข้าไปแย่งกันเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามหลังโปรยหว่านหัวนะโมจนครบตามจำนวน นักท่องเที่ยวและประชาชนนับพันคนยังไม่ยอมเดินทางกลับ แต่พยายามนั่งบนพื้นทรายคุ้ยเขี่ยพื้นทรายหาหัวนะโมอย่างตั้งอกตั้งใจ หลายคนนำเอาตะกร้าพลาสติกมาตักทรายร่อนหาหัวนะโมจนถึงเช้าตรู่ และมีนักท่องเที่ยวยอมควักเงินเช่าหัวนะโมจากเด็กๆ ที่คุ้ยเขี่ยพื้นทรายพบหัวนะโมหลายหัวและให้เช่าหัวละ 300-1,000 บาท เด็กๆ หลายรายมีรายได้คนละหลายพันบาท

นายมีเกียรติ อ้นทอง กล่าวว่า หัวนะโม นับเป็นของดีคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เชื่อว่าใครที่ได้พกพาติดตัวจะเป็นสิริมงคล แคล้วลาดปลอดภัยจากโรคร้ายและอันตรายทั้งปวง ในอดีตหลายครั้งที่เกิดโรคระบาดหนัก เช่น โรคห่าระบาดหนักในเมืองนครศรีธรรมราช จนเจ้าเมืองต้องพาไพร่พลอพยพหลบหนี ก่อนมีการจัดสร้างหัวนะโมไปโปรยหว่านตามทางเดิน เรือกสวนไร่นา ห้วยหนอง คลองบึง จนโรคห่า หรือโรคระบาดหายไปหมดสิ้น และสามารถนำไพร่พลอพยพกลับมาอยู่ที่เดิมได้

จึงเป็นความเชื่อและที่มาของการโปรยหว่านหัวนะโ มแทนการแจกยื่นให้ด้วยมือต่อมือ โดยถ้าแจกด้วยมือเชื่อกันว่าเป็นการให้กันของเพื่อนมนุษย์ แต่ถ้าโปรยหว่านถือว่าได้รับหัวนะโมจากเทวดา เช่นหากใช้มือหรือภาชนะรับได้ขณะโปรยหว่านยังไม่ตกถึงพื้น เชื่อว่าพระอาทิตย์ พระจันทร์ประทานมอบให้ หากตกถึงพื้นขุดคุ้ยเขี่ยพบถือว่าพระแม่ธรณีทรงประทานมอบให้ และหากพบในดกน้ำหรือห้วยหนองคลองบึงถือว่าพระแม่คงคาเป็นผู้ประทานมอบให้
อย่างไรก็ตาม หัวนะโม รุ่น พระบรมธาตุมรดกโลก ที่จัดสร้างขึ้นในแต่ละปี จะเก็บไว้จำนวนหนึ่งเพื่อโปรยหว่านแจกจ่ายในวาระสำคัญต่างๆ เช่น วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา อาทิ มาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา เทศกาลบุญสารทเดือนสิบ วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นต้น.



