ประโยคที่บอกว่า “ถ้าคุณเก่งพอ คุณก็แก่พอ” ไม่ใช่แค่คำพูดคลาสสิกในวงการฟุตบอลอีกต่อไป แต่มันคือสิ่งที่แทบทุกทีมในโลกนำมาปฏิบัติกันอย่างจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ จากทีมชั้นนำในพรีเมียร์ลีก ที่พากันขนแข้งดาวรุ่งขึ้นมาเล่นกันเต็มไปหมด ที่โดดเด่นเป็นสง่าก็อย่างเช่น

นิโก โอไรลีย์ แบ๊กซ้ายจอมพังประตูของ แมนฯ ซิตี วัย 21 ปี
ริโอ เอ็นกูโมอา ปีกพรสวรรค์ของ ลิเวอร์พูล วัย 17 ปี
แม็กซ์ ดาวแมน แกนรุกของ อาร์เซนอล วัย 16 ปี

แต่ท่ามกลาง “เทรนด์” ที่กำลังมาเหล่านี้ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งๆ ที่พวกเขาก็มีดาวรุ่งชั้นยอดหลายคน ที่ไม่ได้เป็นรองทีมอื่นเท่าไหร่

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และมันคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างหนักอยู่ในตอนนี้หรือไม่ เราไปวิเคราะห์กัน

+++++++++++++++++++

สถิติที่น่าตกใจของการใช้นักเตะอะคาเดมี

ในฤดูกาลนี้ มีเพียง 4 สโมสรเท่านั้นที่ส่งนักเตะที่สโมสรพัฒนาขึ้นเอง (Club-developed players) ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก น้อยกว่า สเปอร์ส

นั่นคือ ลีดส์ (8 นาที), บอร์นมัธ (7 นาที), เบรนท์ฟอร์ด (0 นาที) และเบิร์นลีย์ (0 นาที)

เชื่อหรือไม่ว่า สเปอร์ส ให้โอกาสนักเตะจากอะคาเดมีตัวเองลงเล่นรวมกันเพียง 26 นาที!

โดยมีนักเตะแค่ 4 คน ที่ได้รับโอกาส นั่นอคือ เดน สการ์เล็ตต์, จุนนาย บายฟิลด์, คัลลัม โอลูเซซี และ เจมส์ รอสเวลล์

ตัวเลขนี้ตามหลัง ทีมสโมสรที่ใช้นักเตะอะคาเดมีน้อยเป็นอันดับถัดไปจากพวกเขาคือ เอฟเวอร์ตัน อยู่เกือบ 500 นาที

ในเกมหลังสุด ที่แพ้ ซันเดอร์แลนด์ 0-1 ซึ่งเป็นเกมแรกของ โรแบร์โต เด แซร์บี กุนซือคนใหม่ มีเพียง แบรนดอน ออสติน ผู้รักษาประตูมือ 3 คนเดียว ที่เป็นตัวแทนจากอะคาเดมี

และเชื่อว่า ถ้าหาก กูเยลโม วิคาริโอ โกลมือ 1 หายเจ็บกลับมา จำนวนนักเตะอะคาเดมี่จะลดลงเหลือ 0

++++++++++++++++++++

มีดาวรุ่งนะ แต่ไม่ได้มาจากอะคาเดมี

ถ้าไล่เรียงดูอายุของนักเตะ สเปอร์ส ชุดนี้ คุณจะพบว่า พวกเขาพยายามสร้างทีมด้วยดาวรุ่งอายุน้อย

ทำให้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาด และย้อนแย้งอย่างสิ้นเชิงกับสถิติในข้อแรกที่กล่าวมา

สเปอร์ส ส่งนักเตะอายุไม่เกิน 21 ปี ลงสนามถึง 99 นัด เป็นรองแค่ เชลซี และ ไบรท์ตัน

แต่นั่นคือนักเตะที่พวกเขาทุ่มเงินซื้อมาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อาร์ชี เกรย์, ลูคัส เบิร์กวัลล์ และ มาติส แตล

นี่คือโครงสร้าง และกลยุทธ์ที่ย้อนแย้งกันอย่างสิ้นดีของสโมสรที่หมกมุ่นกับการกว้านซื้อดาวรุ่งชั้นดีจากทั่วโลก จนละเลยทีมอะคาเดมีที่ตัวเองสร้างมากับมือ

++++++++++++++++++++

เพชรเม็ดงามที่ยังไม่ได้รับการเจียระไน

ความจริงแล้ว ตอนนี้ สเปอร์ส มีแก๊งนักเตะอะคาเดมี่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปี ตัวอย่างเช่น

ลูกา วิลเลียมส์-บาร์เน็ตต์ (16 ปี): เพลย์เมคเกอร์เบอร์ 10 ที่เปี่ยมด้วยเทคนิคและวิสัยทัศน์ แถมยังเป็นเจ้าของสถิติ นักเตะคนที่ 900 ของ สเปอร์ส ที่ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่

โธมัส แฟรงค์ อดีตกุนซือที่ถูกไล่ออกไป เคยพูดถึง วิลเลียมส์-บาร์เนตต์ ว่า “ความเยือกเย็น เทคนิค และวิสัยทัศน์ของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก”

จุนนาย บายฟิลด์ (17 ปี): กองหลังที่ได้ประเดิมสนามในเกมพรีเมียร์ลีก ที่พบกับ แมนฯ ซิตี และในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบ ดอร์ตมุนด์

แต่ความซวยของ บายฟิลด์ คือ ตำแหน่งถนัดเขาคือ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แต่กลับถูกส่งลงเล่นในตำแหน่งแบ๊กขวา จนดวงแตก ได้รับบาดเจ็บ ต้องพักยาว 2 เดือน

ไทแนน ธอมป์สัน (17 ปี) และ คัลลัม โอลูเซซี (19 ปี): 2 ดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมากในยุโรป โดยเฉพาะ โอลูเซซี ที่ได้รับความสนใจจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

++++++++++++++++++++

ความผิดพลาดจากกรณี ไมกี มัวร์

ความผิดพลาดที่ชัดเจนอีกอย่างของบอร์ดบริหาร สเปอร์ส ก็คือ การปล่อย ไมกี มัวร์ ให้ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ยืนตัว

เจ้าหนูไมกี คือหนึ่งใน “วันเดอร์คิดส์” ของทีมอะคาเดมี ดังมาตั้งแต่อายุ 15-16 และเคยเล่นชุดใหญ่ให้ สเปอร์ส หลายนัด

แต่ซัมเมอร์ที่แล้ว สโมสรกลับปล่อยเพชรงามเม็ดนี้ให้ทีมดังของสกอตแลนด์ยืมตัว ซึ่ง มัวร์ ก็ทำได้ดีตามคาด โดยเป็นตัวหลัก และทำประตูเป็นว่าเล่น จนกลายเป็นขวัญใจแฟนบอล ที่อยากให้ซื้อขาด

ไมกี มัวร์ กับ เดน สการ์เลตต์

สเปอร์ส มีโอกาสดึง มัวร์ กลับมาในตลาดหน้าหนาวตอนเดือน ม.ค. 69 แต่พวกเขาก็ไม่ทำ ทั้งที่เจ้าตัวทำผลงาน 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ให้ เรนเจอร์ส

สาเหตุที่ สเปอร์ส เลือกปล่อย มัวร์ ไปหาประสบการณ์ อาจเป็นเพราะพวกเขาหวังในตัวรุกอย่าง โมฮาเหม็ด คูดูส, วิลสัน โอโดแบร์ หรือ ซาวี ซิมอนส์

แต่ทั้งหมดก็ทำผลงานได้ไม่ตามเป้า แถม 2 คนแรกยังเจ็บยาว จนไม่รู้ว่าฤดูกาลนี้จะได้ลงเล่นอีกไหมด้วย

ยิ่งตอนนี้ ทีมกำลังหนีตกชั้น โอกาสของดาวรุ่งจึงแทบจะไม่มี เพราะกุนซือใหม่อย่าง เด แซร์บี จะต้องเน้นเอาตัวรอด มากกว่าการสร้างทีมหรือปั้นเด็กในตอนนี้

++++++++++++++++++++

ตกชั้นเพื่อ “รีเซต” ทีมใหม่ทั้งหมด

ถ้าหาก สเปอร์ส ตกชั้นจริงๆ แม้จะสร้างความเสียหายต่อสโมสรอย่างประเมินค่าไม่ได้ แต่มองอีกแง่ มันอาจจะเป็นการ “กดปุ่มรีเซต” ให้ทีมทั้งหมด

เพราะถ้าตกจริง นักเตะหลายคนน่าจะย้ายออกจากทีม เปิดโอกาสให้ เด แซร์บี ได้สร้างทีมใหม่ และทำให้ดาวรุ่งได้มีโอกาสมากขึ้น

แม้ว่าจะเป็นการกลับไปเริ่มต้นใหม่จากระดับที่ต่ำกว่าศูนย์ แต่ก็อาจเป็นโอกาสคืนกลับสู่รากเหย้าเพื่อกอบกู้จิตวิญญาณที่สูญหายไปหลายปีให้กลับคืนมา

ถูกต้อง ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ทำแบบนี้แล้วทีมจะดีขึ้น แต่ในเมื่อการเดินแบบเดิม บอกเราครั้งแล้วครั้งเล่าว่าผิด การลองเดินในแนวทางใหม่ๆ ถึงแม้จะเสี่ยง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ลอง และจมปลักอยู่กับความล้มเหลวแบบเดิมๆ