เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ห้องแถลงข่าวกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ และในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) ร่วมกันแถลงข่าวปฏิบัติการเชิงรุกขยายผลและตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ในฐานะที่ตนกำกับดูแลเรื่องน้ำมันที่จะต้องมีความเพียงพอต่อการต้องการใช้และกำกับเรื่องราคา ตามที่มีรายงานการตรวจสอบหลายส่วนพบความผิดปกตินั้น มันคือส่วนประกอบของกระบวนการใหญ่ที่ซ้ำเติมสถานการณ์ภาวะขาดแคลนน้ำมันในช่วงวิกฤติของประชาชน ซึ่งบริเวณหน้าปั๊มหรือปลายทางไม่มีน้ำมันให้เติม แต่ข้อเท็จจริงแล้วมีน้ำมัน เพราะการนำเข้าน้ำมันดิบก็อยู่ในภาวะปกติ และในช่วงเดือนมีนาคม โรงกลั่นน้ำมันก็กลั่นน้ำมันมากกว่าปกติ ซึ่งหากเปรียบเทียบเดือนมีนาคมปีนี้ กับปี 2568 แค่เฉพาะน้ำมันดีเซล โรงกลั่นก็มีการกลั่นน้ำมันดีเซลถึง 70 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในขณะที่เดือนมีนาคมปีนี้ (2569) กลั่นได้ถึงวันละ 78 ล้านลิตร และกลั่นเพิ่มขึ้นทุกวัน จนครบ 30 วัน รวมแล้วกลั่นไปทั้งสิ้น 200 ล้านลิตรในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเรายังได้มีการไปตรวจสต๊อกน้ำมันดีเซลของโรงกลั่น ซึ่งปกติแล้วในจำนวน 6 โรงกลั่นทั่วประเทศจะมีน้ำมันในสต๊อกประมาณ 1,200 ล้านลิตร

แต่ปรากฏว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากน้ำมันที่กลั่นสูงผิดปกติแล้ว ยังมีการไปดึงเอาน้ำมันในสต๊อกไปใช้ด้วย จึงเพิ่มขึ้นจากการกลั่นน้ำมันสูงถึง 1,200 ล้านลิตร ช่วงที่สต๊อกต่ำสุดเหลือ 700 ล้านลิตร แปลว่า มีการจ่ายน้ำมันจากสต๊อกเข้าระบบไปถึง 500 ล้านลิตร ฉะนั้น จากทั้งโรงกลั่นที่กลั่นน้ำมันเพิ่ม และมีการดึงจากสต๊อกในโรงกลั่นไปให้ผู้ค้าจำหน่ายต่อ รวมกันก็ประมาณ 700 ล้านลิตร มูลค่าหมื่นล้าน ปรากฏว่าถึงจะมีการผลิตเพิ่มหรือมีการสต๊อกเพิ่ม แต่ก็ได้มีการแจ้งจากปั๊มน้ำมันว่าถูกลดโควตาขายน้ำมัน รับน้ำมันน้อยลง ประชาชนต้องไปต่อแถว และยังได้รับแจ้งว่า Jobber ไม่รับน้ำมันไปขายต่อให้ปั๊มอิสระ หรือเกษตรกร หรือภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมันสวนทางกัน นี่คือความผิดปกติที่ทำให้เห็นเลยว่าเรามีน้ำมัน มีการผลิตเพิ่มขึ้นและจ่ายออกจากสต๊อก แต่กลับไม่ถึงมือของผู้บริโภค มีการรั่วไหลและมีการกักตุนเก็งกำไร มีการประวิงเวลาในการซื้อน้ำมันในราคาเก่าที่มีราคาถูก เพื่อเก็บกักตุนรอขายในราคาใหม่ที่แพงกว่า

เปิด 4 เล่ห์ร้ายขบวนการ “อมน้ำมัน”! เจาะลึกกลโกง คลัง-เรือ-รถ จัดฉากขาดแคลนเทียม

นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า ในวิกฤติก่อนหน้านี้ เป็นการซ้ำเติมประชาชนให้ไม่มีน้ำมันใช้ แต่ตนในฐานะที่เป็นประธานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน ได้มีการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบ 60,000 ล้านบาทไปชดเชยเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้ใช้น้ำมันในราคาถูก แต่กลับปรากฏว่าเงินชดเชยส่วนนี้ เท่าที่พบจากกระบวนการมีการนำเงินส่วนนี้ไปเก็บกักตุน กลายเป็นการชดเชยให้ผู้ค้าได้รับกำไรมากกว่าที่ควร ยืนยันว่าเที่ยวนี้เอาจริง หลังจากนี้จะต้องไปตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ 92 คลัง เพื่อเรียกเก็บข้อมูลปริมาณน้ำมัน ปริมาณที่รับและจ่ายไปในทุกวัน เพื่อที่จะได้นำมาวิเคราะห์พฤติกรรมว่าโรงกลั่น หรือคลังน้ำมันรายใด มีใครบ้างที่มีพฤติกรรมเก็บกักตุนเก็งกำไร และหากมีส่วนใดที่ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องนำเงินไปอุดหนุนแต่ไปเป็นกำไรเกินควรของผู้ค้า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเรียกค่าเสียหายคืน

นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ส่วนพฤติกรรมการประวิงเวลาของเรือขนส่งน้ำมันส่อว่าผู้ประกอบการรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการขึ้นราคาน้ำมันในวันที่ 25 มี.ค. หรือไม่นั้น ตนมองว่าจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีการอุดหนุนราคาน้ำมันในราคาสูง ผู้ค้าย่อมเล็งเห็นหรือคาดการณ์ได้ว่ายังไงราคาก็ต้องเพิ่มขึ้น ดังนั้น แทนที่จะขายวันนี้ ก็เป็นอีกวัน เพราะเขาคาดการณ์ได้ว่าราคาจะขึ้น ทั้งนี้ เราจะรอดูสถานการณ์ตะวันออกกลาง ถ้าหากมีการคลี่คลายราคาตลาดลดลง เราก็สามารถปรับลดราคากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติเพื่อที่จะได้ขาดทุนต่อวันน้อยลงได้ จากเดิมที่เราขาดทุน 2,000 ล้านบาทต่อวัน ก็อาจจะลดเหลือ 100 ล้านบาทต่อวัน เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินเพื่อเอาคลังมาค้ำ ยิ่งถ้าราคาตลาดนิ่งก็จะยิ่งลดราคาหน้าปั๊มได้ ส่วนค่าการกลั่นหน้าโรงกลั่น คิดว่าน่าจะมีการประชุมเพื่อนำเอาตัวเลขมาพิจารณาดูในช่วงเดือนเมษายน ว่าอาจจะมีการขอลดราคาค่ากลั่นหน้าโรงกลั่นได้อีก จากมติเดิมลดลงราคา 2 บาท

ขณะที่ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ปิดท้ายว่า ในฐานความผิดอาจมีมากกว่า 2 ฐานพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีอัตราโทษไม่สูง แต่พฤติการณ์ยังเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.ป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี ถือว่าเป็นโทษหนักและสูง และถ้าไปเกี่ยวข้องกับการขนน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา ก็จะผิดตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงด้วย ซึ่งเราต้องไปตรวจสอบ.