รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ อยู่ระหว่างการออกแบบมาตรการและรายละเอียดเงื่อนไขโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ในการให้เงินอุดหนุน ซึ่งได้กำหนดเกณฑ์พิจารณาหลักไว้ 2 ประการ คือ
1.ต้องเป็นรถยนต์ที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างของกรมสรรพสามิตที่มีการจัดเก็บภาษีตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนอยู่แล้ว
2.จะต้องเป็นรถที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศให้เติบโต
“โจทย์สำคัญที่กรมฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาคืองบประมาณในการดำเนินโครงการ การกำหนดอายุการใช้งานของรถยนต์คันเก่าที่จะเข้าเกณฑ์ การอุดหนุนจะให้สิทธิครอบคลุมถึงกลุ่มรถกระบะด้วยหรือไม่ ตลอดจนการวางระบบบริหารจัดการซากรถยนต์เก่าที่รับแลกในโครงการอย่างรัดกุม”
สำหรับกลไกการช่วยเหลือจะเป็นจ่ายเงินอุดหนุนตรงไปที่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้นำเม็ดเงินดังกล่าวไปทอนเป็นส่วนลดราคาขายรถยนต์ใหม่ให้กับผู้ซื้อโดยตรง
ขณะที่รูปแบบการดำเนินนโยบายนั้น จะมีลักษณะเป็นโครงการปลายเปิดที่แบ่งการดำเนินการออกเป็นหลายระยะ โดยจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิในรูปแบบใครมาก่อนได้ก่อน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะจำกัดโควตานำร่องไว้ที่ 10,000-20,000 คัน และมีการจำกัดระยะเวลาดำเนินโครงการ
อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์เพิ่มเติม ตามโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ที่เริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค. 2569 เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าได้รับอัตราภาษีในระดับต่ำอยู่แล้ว



