ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2569 คณะผู้แทนรัฐสภาไทย นำโดย นายนพดล อินนา สว. พร้อมด้วย นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ สส.กทม. พรรคประชาชน และนายร่มธรรม ขำนุชรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 152 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (The 152nd IPU Assembly and related meetings) ระหว่างวันที่ 15-19 เม.ย. 2569 ณ โรงแรม Hilton Istanbul Bomonti Hotel & Conference Center  ประเทศตุรกี เป็นวันแรก โดยสรุปภารกิจของคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้ดังนี้

1. เวลา 09.00-09.30 น. คณะผู้แทนรัฐสภาไทยเข้าร่วมการประชุมอาเซียน+3 และการประชุมกลุ่มภูมิรัฐศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก กลุ่มอาเซียน+3 (ASEAN+3) โดยในครั้งนี้ นายนพดล  สว. ผู้แทนรัฐสภาไทยซึ่งได้รับมอบหมายจากประธานวุฒิสภาในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุมอาเซียน +3 โดยมี คณะผู้แทนรัฐสภาจากประเทศในกลุ่มอาเซียน+3 รวม 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สปป.ลาว สิงคโปร์ เวียดนาม ติมอร์-เลสเต และไทย เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาวาระต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรับรองรายงานการประชุมอาเซียน+3 ในโอกาสการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 151 ที่ผ่านมา การพิจารณาเสนอชื่อผู้สมัครในตำแหน่งที่ว่างลงในสหภาพรัฐสภาจากกลุ่มอาเซียน+3 การเสนอระเบียบวาระเร่งด่วน และการส่งมอบหน้าที่ประธานการประชุมกลุ่มอาเซียน+3 ให้แก่รัฐสภาเวียดนามตามหลักการหมุนเวียนตามตัวอักษร โดยคณะผู้แทนรัฐสภาเวียดนามกล่าวแสดงความขอบคุณการทำหน้าที่ของรัฐสภาไทยในการประชุมครั้งนี้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม และรัฐสภาเวียดนามแสดงความพร้อมและตอบรับทำหน้าที่การเป็นประธานการประชุมกลุ่มอาเซียน+3 ครั้งถัดไป ในการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 153 ณ สาธารณรัฐแทนซาเนีย 

ต่อมาเวลา 09.30-11.30 น.คณะผู้แทนรัฐสภาไทยได้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มภูมิรัฐศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Geopolitical Group: APG) โดยมีคณะผู้แทนรัฐสภาภูฏานทำหน้าที่ประธานการประชุม ในการนี้ นายนพดล สว.ได้นำเสนอสรุปรายงานการทำหน้าที่ประธานการประชุมอาเซียน +3 ของรัฐสภาไทยให้ที่ประชุมกลุ่มภูมิรัฐศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก รับทราบ ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบความสำเร็จด้วยดีทุกประการ จากนั้น ประธานการประชุมจากภูฏานได้นำเข้าสู่วาระการพิจารณาตำแหน่งที่ว่างของสหภาพรัฐสภาในห้วงการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ 152 ซึ่งมีตำแหน่งว่างในการพิจารณาของกลุ่ม APG จำนวน 6 ตำแหน่ง ทั้งนี้ มีผู้แทนจากหลายประเทศสมัครเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ได้แก่ ภูฏาน อิหร่าน และปากีสถาน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบว่า ออสเตรเลียจะร่วมกับกาตาร์ ฝรั่งเศส ตุรกี บราซิล แซมเบีย และประเทศกลุ่มอาหรับ นำเสนอร่างข้อมติระเบียบวาระเร่งด่วนว่าด้วยข้อเรียกร้องการหยุดยิงและการสร้างสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้ง เพื่อให้ที่ประชุมสมัชชาพิจารณาบรรจุเป็นระเบียบเร่งด่วนในวันที่ 17 เม.ย. 2569 โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้อิหร่าน และออสเตรเลีย เป็นตัวแทนของกลุ่ม APG เข้าไปร่วมทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการยกร่างข้อมติระเบียบวาระเร่งด่วน (emergency resolution drafting committee) ร่วมกับตัวแทนของภูมิภาคอื่น ๆ ต่อไป

2. เวลา 10.30-13.00 น. การประชุมสหภาพรัฐสภาสตรี (Forum of Women Parliamentarians) ครั้งที่ 41 วาระที่หนึ่ง โดยมี นางพิชชารัตน์  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุม และได้ร่วมอภิปรายต่อร่างข้อมติเรื่อง “The role of parliaments establishing robust post-conflict management mechanisms and restoring a just and lasting peace” ของคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาว่าด้วยสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ มีรายละเอียดโดยสรุปเพื่อผลักดันการเปลี่ยนมุมมองต่อสตรีจาก “ผู้ประสบภัย” สู่การเป็น “ผู้สร้างสันติภาพ” (Peace Builders) โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จของข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีการส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญจากสตรี พร้อมเสนอ 3 แนวทางปฏิบัติเร่งด่วน ได้แก่ 1.การเพิ่มสัดส่วนสตรีในฐานะผู้ตัดสินใจ ในกระบวนการเจรจาและนิติบัญญัติ 2.การยกระดับมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย ที่ครอบคลุมทั้งออฟไลน์และพื้นที่ดิจิทัล และ 3.การจัดสรรงบประมาณฟื้นฟู ที่มุ่งเน้นการศึกษา สาธารณสุข และโอกาสทางเศรษฐกิจของสตรีอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ได้ชูความสำเร็จของประเทศไทยในการประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยสตรี สันติภาพ และความมั่นคง (WPS) ในปี 2568 พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภาทั่วโลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญาเป็นการลงมือปฏิบัติที่สามารถวัดผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนแก่ประชาคมโลก

ในช่วงบ่ายเวลา 14.30-17.30 น. วาระที่สอง นางพิชชารัตน์ ได้ร่วมอภิปรายต่อที่ประชุมในหัวข้อ “Panel discussion on Conflicts on the rise, women’s and girls’ rights on the decline” โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบของความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสตรีและเด็ก ซึ่งรัฐสภาไทยได้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทางนิติบัญญัติและการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับข้อมติสหประชาชาติที่ 1325 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเปลี่ยนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง โดยได้เปิดตัว “แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยสตรี สันติภาพ และความมั่นคง (พ.ศ. 2568-2570)” ที่มุ่งยกระดับบทบาทสตรีจากผู้ประสบภัยสู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ในการสร้างสันติภาพ ผ่านโครงการส่งเสริมศักยภาพผู้นำสตรีและการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ประสบภัยเพื่อเยียวยากลุ่มเป้าหมายอย่างครบวงจร พร้อมกันนี้ประเทศไทยได้เรียกร้องให้รัฐสภาทั่วโลกกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความปลอดภัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของสตรีและเด็กในทุกพื้นที่ความขัดแย้งอย่างยั่งยืน

3. เวลา 16.00-16.30 น.การหารือทวิภาคีกับแคนาดา คณะผู้แทนรัฐสภาไทยได้หารือทวิภาคีกับ Mr. Rob Oliphant สมาชิกรัฐสภา และประธานกลุ่มแคนาดาในสหภาพรัฐสภา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาแคนาดา โดยทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งปี 2569 ถือเป็นวาระครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-แคนาดา 65 ปี และมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือระยะยาวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นภายใต้ความร่วมมือต่างๆ เช่น การสนับสนุนการเจรจาเขตการค้าเสรีอาเซียน-แคนาดา และเขตการค้าเสรีไทย-แคนาดา รวมถึงบทบาทของแคนาดาในการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ของอาเซียน และความร่วมมือในอนาคต เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัย และการจัดการด้านพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

4. เวลา 18.30 น. พิธีเปิดการประชุม คณะผู้แทนรัฐสภาไทยได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ (inaugural ceremony) โดยมีประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภากว่า 1,000 คน จาก 114 ประเทศเข้าร่วม เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการเปลี่ยนพันธกรณีพหุพาคีสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในระดับชาติ ภายใต้เป้าหมายการสร้างสันติภาพ ความยุติธรรม และความเท่าเทียมในสังคมโลก โดยที่ประชุมได้รับฟังการกล่าวถ้อยแถลงจากบุคคลสำคัญ อาทิ นายกุมาน คูร์ตุลมุช ประธานรัฐสภาตุรกี นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ผ่านวิดีโอ นางทูเลีย แอคสัน ประธาน IPU และนายมาร์ติน จุนกอง เลขาธิการ IPU โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตรัฐสภาในการแก้ไขวิกฤตการณ์โลก ทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการสร้างกลไกจัดการหลังความขัดแย้งที่ยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่การสร้างระเบียบโลกที่ยุติธรรมและครอบคลุมทุกกลุ่มคน พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมพิจารณารับรองข้อมติสำคัญว่าด้วยการฟื้นฟูสันติภาพและการป้องกันการปกป้องทางการค้า เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป