เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. ภญ.สุภัทร บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. และพ.ต.ท.กานต์กนิษฐ์ จงประเสริฐรอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่าย “ส่งออกทิพย์” แจ้งส่งออกเท็จ แต่เวียนขายยา 4×100 ในประเทศ ยึดยาเขียวเหลือง-ยาอันตราย กว่า 20 ล้านแคปซูล มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท

พ.ต.ท.กานต์กนิษฐ์ เปิดเผยว่า ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ ร่วมกับ อย. เฝ้าระวังกลุ่มยาทรามาดอล (ยาเขียวเหลือง) ซึ่งถูกยกระดับเป็นยาควบคุมพิเศษเนื่องจากวัยรุ่นมักนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ผสมสูตร 4×100 จากการตรวจสอบพบความผิดปกติในระบบ FDA Reporter ของเครือข่ายผู้รับอนุญาตรายหนึ่ง ที่แจ้งข้อมูลเท็จว่ามีการส่งออกยาไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ายาเหล่านั้นไม่ได้ถูกส่งออกจริง แต่ถูกนำไปเก็บกักตุนเพื่อลักลอบขายในประเทศ
จึงประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีเข้าตรวจสอบสถานที่ที่มีการลักลอบกระจายยาทรามาดอล จำนวนหลายรุ่นการผลิต ที่มีการรายงานการขายยาอันเป็นเท็จไปยังร้านขายยาต่างจังหวัด และไปยังประเทศเพื่อนบ้าน 3 จุด ประกอบด้วย 1.สถานที่กักตุนและลักลอบกระจายยาทรามาดอลในโกดังแห่งหนึ่งพื้นที่ แขวงคลองสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. โดยสามารถตรวจยึดยาทรามาดอล ชื่อการค้า Comadol จำนวน 15,600,000 แคปซูล เป็นยารุ่นการผลิตที่มีรายงานการขายไปยังร้านขายยาในต่างจังหวัดจำนวน 11,600,000 แคปซูล และอายัดยาที่พบในร้านอีก 4,000,000 แคปซูล ยาอันตรายกลุ่มยาน้ำแก้แพ้แก้ไอ 124,000 ขวด ยาอันตรายกลุ่มยาแก้ปวดชนิดอื่น ๆ 4,160,000 เม็ด ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ และเอกสารการขายยาอันตรายรายการอื่น จำนวน 2 รายการ

พ.ต.ท.กานต์กนิษฐ์ กล่าวต่อว่า จุดที่ 2. เป็นอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในเขตหนองจอก กทม. จดทะเบียนเป็นที่ขายส่งแต่ไม่เคยเปิดทำการจริง เพียงใช้เป็นที่พักยา พบ ยา Comadol เลขทะเบียน 1A 59/64 จำนวน 3 รุ่นการผลิต ได้แก่ lot 25C051, 25C052, 25C053 จำนวนรวม 4,375,800 แคปซูล ซึ่งเป็นรุ่นการผลิตที่มีรายงานการขายไปยังร้านขายยาในต่างจังหวัดทั้งหมด และจุดที่ 3. ร้านขายยาแห่งหนึ่งใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบเอกสารข้อมูลการซื้อยา Comadol จากสถานที่เก็บยา แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม. เอกสารข้อมูลการจำหน่ายยา Comadol จากบัญชีการขายยา โดยระบุมีการจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และยากลุ่ม Diazepam ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 จำนวน 980 เม็ด
เบื้องต้นแจ้งข้อหาเจ้าของผลิตภัณฑ์, ร้านยาที่เป็นนอมินี และร้านยารายย่อยฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” กรณีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ฐาน “ขายหรือครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต” กรณีความผิดเครื่องมือแพทย์ ฐาน “ผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการ, ผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้ขอใบรับจดแจ้ง, ขายเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ขอใบรับจดแจ้ง” นำตัวและของกลางส่ง พงส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า การกระทำนี้ถือเป็นการให้ข้อมูลเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากผิดประมวลกฎหมายอาญาเรื่องแจ้งความเท็จแล้ว อย. จะรวบรวมหลักฐานส่งให้ ปคบ. ดำเนินคดีข้อหานำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย พร้อมเตรียมมาตรการทางปกครองอย่างเข้มงวดกับผู้รับอนุญาตที่ไร้จรรยาบรรณ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าปกป้องเยาวชนจากการนำยาไปใช้ผิดประเภทจนเป็นจุดเริ่มต้นของสารเสพติดที่รุนแรงขึ้น นอกจากนี้ การกักตุนและแจ้งยอดเท็จยังส่งผลเสียต่อระบบสาธารณสุขโดยรวม ทำให้เกิดภาวะยาขาดแคลนในระบบ จนผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้รักษาโรคจริงๆ อาจต้องซื้อยาในราคาที่แพงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม



