เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ และนายลุตฟี หะยีอีแต รวมถึงนายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี ร่วมให้การต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในโอกาสลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดย สส.พรรคกล้าธรรม ได้ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านสื่อมวลชนแทน เพื่อเร่งส่งต่อข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนไปยังรัฐบาลโดยไม่ให้ล่าช้า โดยสาระสำคัญของหนังสือ คือการเรียกร้องให้เร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ พร้อมนำตัวผู้กระทำผิดและผู้บงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด
“เราขอใช้โอกาสนี้ประกาศจุดยืนว่า สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนได้ที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนั้น มิใช่ “ปัญหาความมั่นคง” แต่คือ “บททดสอบความจริงใจทางการเมืองของรัฐ” ว่าจะเลือกอยู่ข้างความยุติธรรม หรือปล่อยให้ความคลุมเครือดำรงอยู่ต่อไป
คณะกระผม ขอเสนอข้อเรียกร้อง เพื่อนำพาความสันติสุขกลับสู่ชายแดนใต้ ดังนี้
1.ขอให้ท่าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการคลี่คลายคดีลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ต้องสามารถนำตัวผู้กระทำความผิด และผู้บงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วเพราะ “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือ ความอยุติธรรมรูปแบบหนึ่ง”
2. ความจริงต้องถูกเปิดเผยไม่ใช่ต้องถูกจัดการ ขอให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการอิสระที่มีอำนาจเต็ม” ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในทุกคดีที่สังคมมีข้อกังขา โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน ต้องไม่ถูกแทรกแซงโดยอำนาจทางการเมือง คณะกรรมการดังกล่าวต้องประกอบด้วยตัวแทนจากทุกภาคส่วน
3. ต้องยุติความรุนแรงด้วยการเมือง ไม่ใช่อำนาจกำลัง ขอให้รัฐบาล ประกาศเจตจำนงทางการเมือง ด้วยนโยบาย “การเมืองนำการทหาร” อย่างแท้จริง โดยต้องลดบทบาทของการใช้กำลังและเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับประชาชนอย่างแท้จริง
4. ความเชื่อมั่นของประชาชน คือ เส้นแบ่งระหว่างสันติภาพ กับความขัดแย้ง ขอให้รัฐบาลกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนให้ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน และกำหนดตัวชี้วัดที่สามารถตรวจสอบได้และรายงานต่อสาธารณชน เพราะสันติภาพจะไม่เกิดขึ้นจากคำประกาศของรัฐ หากแต่ต้องเกิดจากความรู้สึกของประชาชนว่าพวกเขาได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง.





