ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะจำนวน 5 รูปคือ 1.พระเทพปฏิภาณกวี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เป็น พระธรรมวชิรปฏิภาณ  2. พระญาณวชิรวงศ์ หรือ “เจ้าคุณแจ๊ค” วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็น พระราชวัชรธรรมธาดา 3.พระราชวชิรปัญญาภรณ์ หรือ “พระอาจารย์สุริยันต์” พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง วัดมหาชัย จ.มหาสารคาม เป็น พระเทพวชิรญาณสุนทร 4. พระวชิรธรรมโฆษิต หรือ “เจ้าคุณต้น” วัดระฆังโฆสิตาราม เป็น พระราชวชิรธรรมโฆษิต 5. พระวชิรคณาทร หรือ “เจ้าคุณแจ้” วัดบางพลีใหญ่กลาง จ.สมุทรปราการ เป็น พระราชวชิรคณาทร นั้น

โดยพบว่ามี 2 รูป คือ “เจ้าคุณต้น” และ “เจ้าคุณแจ้” ที่เมื่อปี 2568 ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ และได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นราชในครั้งนี้ด้วย โดยทั้งสองรูปล้วนมีผลงานที่โดดเด่นในด้านการสารณสงเคราะห์ ช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ “เจ้าคุณต้น” ซึ่งได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชวชิรธรรมโฆษิต”  เกิดวันที่ 31 ต.ค. 2527 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม รักษาการเจ้าอาวาสวัดปฐมวนาราม จ.ปทุมธานี และเจ้าอาวาสวัดปฐมวนาราม ประเทศญี่ปุ่น โดย “เจ้าคุณต้น” นับเป็นพระนักสาธารณสงเคราะห์ดำเนินโครงการช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด ทั้งการตั้งโรงทานในช่วงเวลาประเทศไทยเกิดวิกฤติโควิด-19 สร้างโรงพยาบาลประจำตำบล ตั้งกองทุนให้กับผู้สูงอายุ รวมทั้งมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้กับนักเรียน

ขณะที่ “เจ้าคุณแจ้” ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชวชิรคณาทร” เกิดวันที่ 18 เม.ย.2505 ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นอกจากการพัฒนาวัดบางพลีใหญ่กลางอย่างต่อเนื่องแล้ว ท่านยังเปี่ยมด้วยความเมตตา เป็นพระผู้มีแต่ให้ อาทิ การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง มอบถุงยังชีพ มอบเงินช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ สร้างบ้านที่พักอาศัยให้ประชาชนที่ยากจน ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบอาชีพที่ขาดรายได้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เปิดวัดรับอนุเคราะห์เผาศพโควิดให้ฟรี โดยท่านได้พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางที่พึ่งของประชาชนที่เดือดร้อน