เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระครูศรีปริยัติวิบูลย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดกลางนางรอง และรองเจ้าคณะอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าปลาที่อยู่ในสระน้ำเขตอภัยทานของวัดกลางนางรองตายเกลื่อนกว่า 1 พันตัว โดยไม่ทราบสาเหตุ
จากการตรวจสอบพบว่าปลาที่ตายส่วนจะใหญ่จะเป็นปลาดุกอุย แต่ละตัวมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 1-2 กก. ตายมากกว่า 1,000 ตัว ลอยอยู่เหนือน้ำส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง บางส่วนกำลังลอยผิวน้ำเพื่อหายใจ เทศบาลต้องรีบนำเอารถมาขนปลาที่ตายออก เพราะเกรงว่าจะทำให้น้ำเน่าและจะทำให้ปลาที่เหลืออยู่ตายทั้งหมด

พระครูศรีปริยัติวิบูลย์ เล่าว่า ปลาในสระแห่งนี้แข็งแรง มีชาวบ้านและคนที่เข้ามาทำบุญที่วัดซื้ออาหารมาโรยให้กินเป็นประจำ สาเหตุที่ปลาตายตนไม่ทราบแน่ชัด ตอนแรกคาดว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศร้อนทำให้น้ำขาดออกซิเจน แต่สระอีกลูกหนึ่งไม่เป็นอะไร จนกระทั่งมาทราบจากแม่ครัวของวัดว่าก่อนหน้านี้มีคนมาขอเอาอาหารปลามาให้แต่เป็นลูกชิ้น

นางสุนทร เทพทอง อายุ 59 ปี อสม.และเป็นแม่ครัววัดกลาง เล่าว่า หลังจากหมดเทศกาลสงกรานต์ มีคนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในวัดพร้อมถุงขนาดใหญ่หลายถุง ถามว่าจะให้อาหารปลาได้ไหม ตนบอกว่าได้ หลังจากนั้นมีเด็กในวัดมาบอกว่า ของที่มีคนเอามาโยนลงสระน่าจะเป็นลูกชิ้นแต่มีกลิ่นเหม็น คาดว่าน่าจะเสียแล้ว ซึ่งคาดว่าคนที่เอาลูกชิ้นมาให้ปลาน่าจะเป็นแม่ค้าที่ซื้อของมาขายตอนช่วงเทศกาลสงกรานต์แต่ขายไม่หมดจนเน่าเสีย จะทิ้งขยะก็น่าจะเสียดาย จึงคิดเอามาทำบุญด้วยการเอามาให้ปลากินหวังได้บุญ สุดท้ายเท่ากับทำบาปแทน



