Apple ประกาศว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการบริหาร ที่ผ่านการวางแผนพิจารณาผู้สืบทอดตำแหน่งในระยะยาวอย่างรอบคอบ โดย Tim Cook จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ CEO ต่อไปตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ และเขาจะทำงานร่วมกับ Ternus อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ช่วงการเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร Cook จะช่วยสนับสนุนงานบางด้านของบริษัท รวมถึงการประสานงานกับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก
Tim Cook กล่าวว่า “การดำรงตำแหน่ง CEO ของ Apple และการได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้นำของบริษัทที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของผม ผมรัก Apple หมดทั้งหัวใจ และผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับทีมงานที่เปี่ยมไปด้วยความอัจฉริยะ ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความใส่ใจอย่างลึกซึ้ง ทุกๆคนทุ่มเทอย่างแน่วแน่ในการยกระดับชีวิตของลูกค้าของเรา และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดในโลก สำหรับ John Ternus มีมันสมองของวิศวกร จิตวิญญาณของนวัตกร และหัวใจที่จะเป็นผู้นำด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเปี่ยมด้วยเกียรติ เขาเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ซึ่งสร้างคุณูปการต่อ Apple ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมาอย่างมากมายจนนับไม่ถ้วน และเขาคือบุคคลที่เหมาะสมอย่างไม่ต้องสงสัยที่จะนำพา Apple ก้าวสู่อนาคต ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในความสามารถและคุณลักษณะของเขา และผมตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับเขาอย่างใกล้ชิดในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ รวมถึงบทบาทใหม่ของผมในฐานะประธานกรรมการบริหาร”

ด้าน John Ternus กล่าวว่า “ผมรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้รับโอกาสนี้ในการสานต่อพันธกิจของ Apple ให้เดินหน้าต่อไป จากการทำงานที่ Apple มาเกือบตลอดชีวิตการทำงานของผม ผมโชคดีที่ได้ทำงานภายใต้การนำของ Steve Jobs รวมถึงการมี Tim Cook เป็นที่ปรึกษาและแนะนำแนวทางในการทำงาน นับเป็นเกียรติของผมที่ได้มีส่วนช่วยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับโลกและระหว่างกันอย่างมาก ผมเปี่ยมไปด้วยความหวังถึงสิ่งที่เราจะสามารถทำสำเร็จได้ในอนาคตข้างหน้า และผมมีความสุขมากที่ได้รู้ว่าบุคคลที่มีความสามารถมากที่สุดในโลกได้มารวมตัวกันอยู่ที่ Apple และมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าพวกเราคนใดคนหนึ่ง ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ก้าวเข้ามารับบทบาทนี้ และผมขอสัญญาว่าจะเป็นผู้นำด้วยค่านิยมและวิสัยทัศน์ที่นิยามสถานที่อันแสนพิเศษแห่งนี้มาตลอดครึ่งศตวรรษ”
ขณะที่ทาง Arthur Levinson ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร ของ Apple ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จะเข้ารับตำแหน่งกรรมการอิสระผู้นำ ในวันที่ 1 กันยายน 2026 และ John Ternus จะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหาร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน นี้ เช่นเดียวกัน
Arthur Levinson กล่าวว่า “ความเป็นผู้นำอันโดดเด่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนของ Tim ได้พลิกโฉม Apple ให้กลายเป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลก เขาได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่พลิกวงการครั้งแล้วครั้งเล่า และความซื่อสัตย์สุจริตตลอดจนค่านิยมของเขาได้หลอมรวมอยู่ในทุกสิ่งที่ Apple ทำ ในนามของคณะกรรมการบริหารทุกท่าน พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งสำหรับ ผลงานอันนับไม่ถ้วนที่เขาสร้างไว้ให้กับ Apple และโลกใบนี้ และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่บัดนี้เขาจะมารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร”
“พวกเราเชื่อมั่นว่า John คือผู้นำที่เหมาะสมที่สุดที่จะมารับช่วงต่อจาก Tim และในขณะที่เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีอีโอ เราทราบดีว่าความรักที่เขามีต่อ Apple ความเป็นผู้นำ ความรู้ทางเทคนิคอันลึกซึ้ง รวมถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม จะช่วยนำพา Apple ก้าวไปสู่อนาคตอันก้าวไกล”
สำหรับ Tim Cook ได้ เริ่มงานกับ Apple ในปี 1998 เขาขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO ในปี 2011 และเป็นผู้ดูแลการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ มากมาย รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง Apple Watch, AirPods และ Apple Vision Pro ตลอดจนบริการต่างๆ ตั้งแต่ iCloud และ Apple Pay ตลอดจนถึง Apple TV และ Apple Music เขายังมีบทบาทสำคัญในการขยายสายผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมอีกด้วย ภายใต้การนำของ Cook มูลค่าตามราคาตลาดของ Apple ได้เติบโตขึ้นจากประมาณ 350 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000%
ส่วนรายได้ประจำปีได้เพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าตัว จาก 108 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2011 เป็นมากกว่า 416 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณ 2025 บริษัทได้ขยายฐานการดำเนินงานทั่วโลกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่ โดยปัจจุบันครอบคลุมมากกว่า 200 ประเทศและดินแดน Apple เปิดให้บริการร้านค้าปลีกมากกว่า 500 แห่ง และได้เพิ่มจำนวนประเทศที่ลูกค้าสามารถเข้าไปเยี่ยมชม Apple Store ได้มากกว่าสองเท่า ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง Apple มีพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 คน และมีฐานอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 พันล้านเครื่อง



