วันที่ 21 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณ ได้เปิดให้หน่วยงานต่างๆ ยื่นคำของบประมาณเข้ามาได้จนถึงวันที่ 1 พ.ค. 69 โดยให้หน่วยงานกลั่นกรองโครงการต้องเสนอคำของบไม่เกิน 20% เมื่อเทียบกับงบปี 69 ที่ผ่านมา จากปกติขอเข้ามาสูงมากถึง 2-3เท่า และขอให้หน่วยงานราชการชะลอสร้างอาคารสำนักงานชั่วคราวในช่วง 1-2 ปีนี้ไปก่อน โดยสำนักงบฯ จะไม่จัดสรรงบประมาณให้ แต่ถ้ามีความจำเป็นให้เลือกเช่า หรือทำร่วมทุนรัฐกับเอกชน หรือ พีพีพี รวมทั้งไม่อนุญาตศึกษาดูงานต่างประเทศ แต่ข้าราชการที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปประชุม ก็ให้จำกัดคนให้ได้มากที่สุด
นอกจากนี้ให้หน่วยงานงบประมาณ เลือกการเช่าหรือซื้อรถที่เป็นพลังงานไฟฟ้า (อีวี) รถพลังงานสะอาด เพื่อเป็นการลดงบประมาณที่จำเป็นให้น้อยลง และนำงบประมาณมาเยียวยาประชาชน ขณะที่ได้ปรับลดงบบูรณาการเหลือแค่น้ำ ดิจิทัล และของ ป.ป.ช. ส่วนภารกิจ 6 แผนที่เหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวของไปดำเนินการ โดยกำชับการยื่นคำของบประมาณให้ยึด 3 เรื่อง ต้องตอบโจทย์สงคราม ตอบโจทย์ประเทศและตอบโจทย์เยียวยาประชาชน
นายภราดร กล่าวว่า การปรับลดงบประมาณต่าง ๆ จะทำให้การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพในการรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น จากวงเงินงบประมาณปี 70 จำนวน 3.788 ล้านล้านบาท เมื่อหักงบประจำ เงินเดือน และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดออกไป จะเหลือเงินที่สามารถใช้บริหารจัดการนโยบาย และเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง 7-8 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกันได้ชี้แจงเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณ 69 สำหรับหน่วยงานที่ไม่สามารถดำเนินการใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรไปนั้น รัฐบาลได้เขียนเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบาย และแถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว โดยรัฐบาลจะออก พ.ร.บ.โอนงบฯ 69 ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อนำเงินมาเยียวยาประชาชน ซึ่งสาเหตุที่ไม่สามารถออก พ.ร.บ.โอนงบฯ ได้เร็วกว่านี้ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 140 ระบุว่า เมื่อรัฐบาลออก พ.ร.บ.งบประมาณ, พ.ร.บ.งบกลางปี หรือพ.ร.บ.โอนงบฯ ต้องนำมาใช้คืนเงินคงคลังเป็นอันดับแรกที่คงค้าง 71,037 ล้านบาท
ดังนั้นถ้าหากออก พ.ร.บ.โอนงบฯ มาก่อน จะต้องนำเงินที่โอนงบมาใช้จ่ายชดใช้เงินคงคลังก่อน คาดว่าจะโอนงบมาได้ไม่เกิน 50,000-60,000 ล้านบาท ทำให้แนวทางคือ จะต้องออก พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ก่อน ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 2 มิ.ย. 69 หลังจากนั้นจึงจะออก พ.ร.บ.โอนงบฯ ได้ โดยใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 จะตั้งชดเชยเงินคงคลังอยู่ที่ 71,037 ล้านบาท จากนั้นจึงนำเงินจาก พ.ร.บ.โอนงบฯ มาเยียวยาประชาชนได้
สำหรับการจัดทำงบประมาณปี 70 รัฐบาลเห็นความสำคัญ คืองบประมาณคุ้มค่า และฐานสูง คือ ไม่อ้างอิงจากปีก่อนในการที่หน่วยงานจัดทำคำขอมา และไม่แตะงบรายจ่ายประจำ ขณะที่ปฏิทินงบประมาณปี 70 ยืนยันสามารถดำเนินการได้ทัน 1 ต.ค. 69 หลังจากนี้สำนักงบประมาณให้หน่วยงานยื่นคำขอ ถึงวันที่ 1 พ.ค. และสำนักงบฯ ใช้เวลา 1 เดือน พิจารณาปรับลดจนอยู่ที่เพดาน 3.788 ล้านล้านบาท ก่อนจะเข้าสู่ ครม. วันที่ 2 มิ.ย. และ 3-9 มิ.ย. รับฟังความเห็น และกลับเข้า ครม.อีกครั้ง จากนั้นจะเสนอให้รัฐสภา วาระแรก 1-3 ก.ค. และวันที่ 7-9 ก.ย. พิจารณาวาระ 2-3 ก่อนทูลเกล้าฯ ในวันที่ 21 ก.ย. และประกาศบังคับใช้ต่อไปวันที่ 1 ต.ค. 69



