เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ ได้ให้ สส. หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยนายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือว่า ขอขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ตนเคยกล่าวไว้ในสภาชุดก่อนเมื่อเดือน เม.ย. 68 แต่วันนี้ รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายในรูปแบบเดิม แตกต่างเพียงการเพิ่มงบประมาณ และการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์หรือคิกออฟที่ดูยิ่งใหญ่และสวยงามขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้แก้ไข
“เรายังวนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งที่แนวทางแก้ไขจากภาคประชาชน ภาควิชาการและภาคเอกชนในพื้นที่ ได้พยายามผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับองค์ความรู้สมัยใหม่ กลับไม่ได้รับการรับฟังหรือผลักดันอย่างจริงจังจากภาครัฐ” นายปกรณ์ กล่าว
นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า แนวทางที่มีการดำเนินการในพื้นที่ เช่น การทำไร่หมุนเวียน การบริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วยการชิงเผา การพัฒนาเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตเป็นถ่าน รวมถึงความพยายามในการหาแนวทางลดการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตร ซึ่งล้วนเป็นแนวคิดที่เกิดจากคนในพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
“ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเกษตรกรและชาวบ้านบนดอยมักถูกมองว่า เป็นต้นเหตุของปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ทั้งที่ในความเป็นจริง คนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และพยายามเสนอแนวทางแก้ไขมาโดยตลอด เมื่อเกิดไฟป่า พี่น้องเกษตรกรกลับถูกมองว่าเป็นผู้สร้างปัญหา ทั้งที่พวกเขาพยายามเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา
ปัญหาหมอกควันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ปากท้อง และการทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่ยังมีข้อจำกัดด้านรายได้และทางเลือกในการประกอบอาชีพ ตนขอให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาในอนาคต”



